บทความ | DIY Electronics | Smart Farm 1 ก.พ 2026 | ⏱️ อ่าน 5 นาที
เคยสงสัยไหมว่า ต้นไม้ของเราต้องการน้ำเมื่อไหร่? วันนี้เรามีโปรเจกต์ง่าย ๆ ที่จะช่วยตอบคำถามนี้ให้คุณ นั่นคือ "เครื่องวัดความชื้นในดิน" ที่ทำจาก Arduino กับ Soil Moisture Sensor โปรเจกต์นี้เหมาะสำหรับมือใหม่ที่อยากเริ่มต้นเรียนรู้ IoT และสามารถต่อยอดไปสู่ระบบ Smart Farm ได้ในอนาคต
มาดูกันว่าโปรเจกต์นี้ทำอะไรได้บ้าง:
ตัวอย่างการทำงาน: LED แสดงระดับความชื้นในดิน
โปรเจกต์นี้คืออะไร?
เครื่องวัดความชื้นในดินนี้ใช้ Arduino Nano เป็นสมองหลัก ทำงานร่วมกับ Soil Moisture Sensor ในการตรวจจับความชื้น แล้วแสดงผลผ่าน LED 3 ดวง โดยแต่ละดวงจะบอกสถานะที่แตกต่างกัน:
- 🔴 LED แดง - ดินแห้งมาก ต้องรดน้ำด่วน
- 🟡 LED เหลือง - ดินชื้นปานกลาง ยังไม่ต้องรดน้ำก็ได้
- 🟢 LED เขียว - ดินชื้นพอดี สบายใจได้
อุปกรณ์ที่ต้องใช้
สำหรับโปรเจกต์นี้ คุณต้องเตรียมอุปกรณ์ดังนี้:
- Arduino Nano - บอร์ดขนาดเล็ก ใช้งานง่าย เหมาะกับโปรเจกต์พกพา
- Soil Moisture Sensor - เซ็นเซอร์วัดความชื้นในดิน ราคาไม่แพง
- LED 3 ดวง - สีแดง เหลือง เขียว (ขนาด 5mm)
- ตัวต้านทาน 220Ω - 3 ตัว สำหรับจำกัดกระแสให้ LED
- สาย Jumper - สำหรับต่อวงจร
- กล่องใส่ (3D Print) - ถ้ามีเครื่องพิมพ์ 3D จะดีมาก
ขั้นตอนที่ 1: ออกแบบและพิมพ์กล่องใส่ (3D Print)
ขั้นตอนแรกคือการออกแบบกล่องสำหรับใส่อุปกรณ์ทั้งหมด ผู้สร้างโปรเจกต์นี้ใช้โปรแกรม Tinkercad ซึ่งเป็นเครื่องมือออกแบบ 3D ฟรีที่ใช้งานง่ายมาก
ทำไมต้องมีกล่อง? กล่องช่วยป้องกันอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จากน้ำและดิน รวมถึงทำให้โปรเจกต์ดูเรียบร้อยและพกพาสะดวก
ไม่มีเครื่อง 3D Print? ไม่ต้องกังวล คุณสามารถใช้กล่องพลาสติกทั่วไป หรือประกอบบน Breadboard ไว้ก่อนก็ได้
ขั้นตอนที่ 2: ต่อวงจรและอัปโหลดโค้ด
การต่อวงจร ดูจากแผนภาพด้านบน โดยหลักการคือ:
- Soil Moisture Sensor ต่อกับขา A0 ของ Arduino (สำหรับอ่านค่า Analog)
- LED แดง ต่อกับขา D2
- LED เหลือง ต่อกับขา D3
- LED เขียว ต่อกับขา D4
- ทุก LED ต้องต่อตัวต้านทาน 220Ω เพื่อป้องกัน LED ไหม้
โค้ดโปรแกรม:
int sensor_pin = A0;
int red = 2;
int yellow = 3;
int green = 4;
void setup() {
pinMode(sensor_pin, INPUT);
pinMode(red, OUTPUT);
pinMode(yellow, OUTPUT);
pinMode(green, OUTPUT);
}
void loop() {
int sensor_data = analogRead(sensor_pin);
if (sensor_data > 900) {
// ดินแห้งมาก - เปิดไฟแดง
digitalWrite(red, HIGH);
digitalWrite(yellow, LOW);
digitalWrite(green, LOW);
}
else if (sensor_data >= 600 && sensor_data <= 900) {
// ดินชื้นปานกลาง - เปิดไฟเหลือง
digitalWrite(red, LOW);
digitalWrite(yellow, HIGH);
digitalWrite(green, LOW);
}
else if (sensor_data < 600) {
// ดินชื้นดี - เปิดไฟเขียว
digitalWrite(red, LOW);
digitalWrite(yellow, LOW);
digitalWrite(green, HIGH);
}
delay(100);
}
อธิบายโค้ดแบบง่าย ๆ: โปรแกรมจะอ่านค่าจากเซ็นเซอร์ตลอดเวลา ถ้าค่าสูงกว่า 900 แปลว่าดินแห้ง (ไฟแดงติด) ถ้าค่าอยู่ระหว่าง 600-900 แปลว่าปานกลาง (ไฟเหลือง) และถ้าต่ำกว่า 600 แปลว่าดินชื้นดี (ไฟเขียว)
ขั้นตอนที่ 3: ประกอบชิ้นส่วนเข้าด้วยกัน
เมื่อต่อวงจรและอัปโหลดโค้ดเสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการประกอบทุกอย่างเข้าด้วยกัน:
- ใส่ Arduino Nano และวงจร LED เข้าไปในกล่อง
- จัดวาง LED ให้มองเห็นได้ชัดเจนจากภายนอก
- ต่อสาย Soil Moisture Sensor ให้ยาวพอสำหรับปักลงดิน
- ตรวจสอบการเชื่อมต่อทั้งหมดอีกครั้งก่อนใช้งาน
ขั้นตอนที่ 4: วิธีใช้งาน
การใช้งานง่ายมาก:
- ปักหัวเซ็นเซอร์ลงไปในดินของกระถางต้นไม้
- ต่อสาย USB เข้ากับ Power Bank หรือ Adapter
- ดูไฟ LED เพื่อรู้สถานะความชื้น
เคล็ดลับ: ค่าที่กำหนดในโค้ด (600 และ 900) อาจต้องปรับตามชนิดของดินและต้นไม้ที่คุณปลูก ลองทดสอบกับดินที่แห้งและดินที่เพิ่งรดน้ำ แล้วจดค่าที่อ่านได้ไว้ปรับแก้โค้ดให้เหมาะสม
วิดีโอสาธิตการทำงาน
ต่อยอดสู่ Smart Farm ได้อย่างไร?
โปรเจกต์นี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมาก เมื่อคุณเข้าใจหลักการแล้ว สามารถต่อยอดได้อีกหลายทาง:
- เพิ่มปั๊มน้ำอัตโนมัติ - ให้รดน้ำเองเมื่อดินแห้ง
- เพิ่ม WiFi Module (ESP8266) - ส่งข้อมูลขึ้น Cloud หรือแจ้งเตือนผ่าน Line
- เพิ่มเซ็นเซอร์อื่น ๆ - วัดอุณหภูมิ ความชื้นอากาศ แสง
- ทำเป็นระบบหลายจุด - ติดตามความชื้นหลายกระถางพร้อมกัน
สนใจเริ่มต้นโปรเจกต์นี้?
สั่งซื้ออุปกรณ์ Arduino และเซ็นเซอร์ได้ที่ร้าน Globalbyte หรือสอบถามเพิ่มเติมทาง Line ได้เลย
สรุป
โปรเจกต์ Arduino + Soil Moisture Sensor เป็นโปรเจกต์ที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นมาก ใช้อุปกรณ์ไม่กี่ชิ้น โค้ดไม่ซับซ้อน แต่ได้ประโยชน์จริง ๆ ในการดูแลต้นไม้ และที่สำคัญคือสามารถต่อยอดไปสู่ระบบ Smart Farm ที่ซับซ้อนขึ้นได้ในอนาคต ลองทำดูนะครับ!