DAC ในโลก Embedded ความเร็วไม่ได้วัดกันที่สเปกอย่างเดียว

เวลาที่คุณเลือก DAC (Digital-to-Analog Converter) สำหรับโครงการ Embedded System ของคุณ มักจะเห็นข้อมูลสเปก เช่น "150 MS/s" หรือ "12-bit resolution" แล้วคิดว่านี่คือทั้งหมดที่สำคัญ แต่จริงๆ แล้ว ในโลก Embedded ความเร็วที่แท้จริงของ DAC นั้นไม่ได้มาจากเลขเพียงอย่างเดียว มันขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้ Microcontroller ตัวไหน โปรโตคอล Interface แบบไหน และวิธีที่คุณ Drive DAC นั้นสำคัญมากเท่าสเปก ของ DAC เอง

DAC คืออะไร?

DAC ย่อมาจาก Digital-to-Analog Converter ซึ่งเป็นชิปที่แปลงสัญญาณดิจิทัล (0 และ 1) ให้เป็นสัญญาณอนาล็อก (แรงดันต่อเนื่อง) โดยคร่าวๆ คุณส่งค่าตัวเลขให้ DAC แล้ว DAC จะแปลงมันไปเป็นแรงดันไฟฟ้า เช่น ถ้าคุณส่ง 0 ให้ DAC อาจได้ 0V ถ้าส่ง 4095 (ในกรณี 12-bit) อาจได้ 3.3V หรือ 5V ขึ้นอยู่กับการตั้งค่า

ทำไมต้องใช้ DAC?

Microcontroller ส่วนใหญ่ได้แค่สัญญาณดิจิทัล (0 และ 1) เท่านั้น แต่สิ่งที่อยู่รอบตัวเรา เช่น เสียง ความสว่าง อุณหภูมิ เป็นแบบอนาล็อก DAC ช่วยให้ Microcontroller สามารถควบคุมสิ่งเหล่านี้ได้ เช่น ควบคุมความดังของลำโพง หรือความสว่างของ LED ได้อย่างละเอียด

เลขสเปกไม่ได้บอกทั้งหมด

เมื่อคุณดู DAC ที่ระบุว่า "150 MS/s" (ล้านตัวอย่างต่อวินาที) อาจคิดว่ามันสามารถส่งค่าออกมา 150 ล้านครั้งต่อวินาที แต่ในความเป็นจริง มันขึ้นอยู่กับ Microcontroller ของคุณที่สามารถส่ง Data ให้ DAC ได้เร็วแค่ไหน ถ้า Microcontroller ของคุณช้า หรือ Interface (เช่น SPI หรือ I2C) ไม่เร็วพอ DAC ที่เร็วทั้งหมด ก็ใช้ไม่ได้เต็มศักยภาพ

เลข Spec บน Datasheet

  • Sample Rate (MS/s)
  • Resolution (bits)
  • Settling Time
  • Output Range

ปัจจัยจริงใน Project

  • ความเร็ว Microcontroller
  • ความเร็ว Interface (SPI/I2C)
  • Latency และ Jitter
  • การใช้งาน CPU ของ MCU

Microcontroller ต้องเร็วพอ

ลองนึกดู ถ้าคุณใช้ Raspberry Pi Pico (ความถี่ 125 MHz) กับ DAC ที่เร็ว 150 MS/s การส่ง Data เข้า DAC นั้นต้องเอา CPU Time ไปเยอะ ถ้า MCU ช้าหรือ GPIO ช้า มันเป็นได้ว่า DAC จะรอ Data อยู่เรื่อยๆ ซึ่งทำให้ Effective Sample Rate ลดลงไป

ตัวอย่างเหตุผล

ถ้าใช้ Raspberry Pi Pico (ขนาด 125 MHz 32-bit ARM Cortex-M0+) กับ SPI Interface ความเร็ว 10 MHz ด้วย DAC 12-bit ระบบสามารถ Update ประมาณ 833,000 ครั้งต่อวินาที เท่านั้น แม้ว่า DAC จะรองรับ 150 MS/s ก็ตาม เพราะ Bottleneck อยู่ที่ SPI ไม่ใช่ DAC

Latency และ Jitter คือศัตรูจริง

Latency: ความล่าช้าระหว่างเวลาที่ Microcontroller ส่ง Command และเวลาที่ DAC ส่ง Output จริง บ้าง DAC มี Latency สูง บ้างต่ำ หากคุณทำ Real-time Application เช่น เสียง Latency ที่สูงจะทำให้ได้ยินเสียงล้าหลัง

Jitter: การเปลี่ยนแปลงของ Timing ระหว่างแต่ละ Sample ถ้า Jitter สูง Output จะเบี่ยงเบนไปบ้าง ซึ่งทำให้คุณภาพสัญญาณ Out ลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการประยุกต์ที่ต้องการ Precision สูง เช่น Generator ความถี่

PiWave DAC: ตัวอย่างในโลกจริง

PiWave DAC เป็น Module ที่ออกแบบมาให้ใช้กับ Raspberry Pi Pico ซึ่งรองรับความเร็ว 150 MS/s ด้วย SPI Interface ความเร็ว 50 MHz แต่ในความเป็นจริง Effective Sample Rate ขึ้นอยู่กับ:

ปัจจัย ผลกระทบ
Pico GPIO Speed สูงสุด ~50 MHz (ขึ้นอยู่กับ Configuration)
SPI Clock Speed ปกติ 10-50 MHz (ขึ้นอยู่กับการตั้งค่า)
Data Transfer 12-bit ต่อ Transaction
Overhead Chip Select, Setup/Hold Time

คำนวณแบบคร่าวๆ: ถ้า SPI Clock ที่ 50 MHz ส่ง 12-bit Data ต้องใช้ 12 Clock Cycles รวมกับ Overhead ประมาณ 20 Cycles ต่อ Sample ความเร็วจริงประมาณ 2.5 MS/s เท่านั้น ซึ่งต่ำกว่า Spec มาก!

วิธีทำให้ DAC ทำงานเร็วจริง

  1. ใช้ DMA (Direct Memory Access): ให้ DMA ส่ง Data โดยไม่ต้องใช้ CPU Cycle ด้วยตัวมัน ซึ่งช่วยให้ Sample Rate เพิ่มขึ้นหลายเท่า
  2. เพิ่ม Clock Speed: ถ้า MCU รองรับ ให้ใช้ Clock ที่เร็วกว่า เพื่อเพิ่มความเร็ว GPIO และ SPI
  3. เลือก Interface ที่เร็วกว่า: SPI เร็วกว่า I2C มากๆ ถ้าต้องมาก ให้พิจารณา Parallel Interface
  4. ลดความยุ่งยากไม่จำเป็น: เช่น การอ่าน Sensor อื่นๆ หรือ Task ที่ไม่จำเป็นใน Real-time Loop
  5. ใช้ DAC ที่มี Built-in Buffer: DAC ที่ดีบ้างมี Input Buffer ซึ่งลด Timing ที่ต้องการ Tight

โค้ด Example: Basic DAC Output

นี่คือตัวอย่าง Code อย่างง่ายสำหรับส่ง Data ไป DAC ผ่าน SPI:

#include "hardware/spi.h" #include "pico/stdlib.h" int main() { spi_init(spi0, 10 * 1000 * 1000); gpio_set_function(16, GPIO_FUNC_SPI); gpio_set_function(17, GPIO_FUNC_SPI); gpio_set_function(18, GPIO_FUNC_SPI); gpio_init(19); gpio_set_dir(19, GPIO_OUT); // Generate ramp: 0 to 4095 for (int i = 0; i < 4096; i++) { uint16_t data = i & 0xFFF; gpio_put(19, 0); // CS Low spi_write16_blocking(spi0, &data, 1); gpio_put(19, 1); // CS High } }

สรุป: Spec ไม่เท่ากับ Performance

เมื่อเลือก DAC ให้คิดถึง Microcontroller ที่ใช้ด้วย โปรโตคอล Interface ที่ใช้ว่าจะ Bottleneck กับ DAC ไหม และพิจารณาปัจจัยอื่นๆ เช่น Latency และ Jitter ด้วย นอกจากนี้ให้ใช้เทคนิค เช่น DMA และ Optimization วิธีอื่น เพื่อให้ DAC ทำงานได้ดีที่สุด ที่สุดแล้ว DAC ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ทั้งระบบจึงสำคัญ

ต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Embedded Systems?

เราที่ Globalbyteshop มีทีมผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมช่วยคุณในการเลือก Microcontroller และ DAC ที่เหมาะสมกับโครงการของคุณ และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพและการแก้ปัญหาการใช้งาน

แท็ก


Blog posts

© 2026 บริษัท โกลบอลโทรนิค อินเตอร์เทรด จํากัด, ขับเคลื่อนโดย Shopify

    • PayPal

    เข้าสู่ระบบ

    ลืมรหัสผ่านใช่ไหม?

    ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม?
    สร้างบัญชี