DHT11 vs DHT22 ต่างกันอย่างไร เลือกใช้อย่างไหนดี
ถ้าคุณกำลังเลือกเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิและความชื้นสำหรับโปรเจกต์ Raspberry Pi หรือ Arduino คุณอาจจะงงระหว่าง DHT11 กับ DHT22 ทั้งสองตัวนี้ฟังก์ชั่นเหมือนกันหรือ? ราคาต่างกันเท่าไหร่? วันนี้เรามาทำความเข้าใจความแตกต่างของทั้งสองตัวและวิธีเลือกใช้ให้เหมาะสมกันครับ

ภาพรวมของเซ็นเซอร์ DHT
DHT11 และ DHT22 เป็นเซ็นเซอร์ดิจิทัลขนาดเล็กที่ใช้วัดอุณหภูมิและความชื้นแบบสัมพัทธ์ (Relative Humidity) ทั้งสองตัวมีขา 4 ตัว ต่อกับบอร์ด Raspberry Pi หรือ Arduino ได้ง่ายๆ
เซ็นเซอร์เหล่านี้นิยมใช้ในโปรเจกต์ที่ต้องติดตามสภาวะแวดล้อม เช่น ระบบควบคุมความชื้นในห้องเก็บของ สถานีอากาศอัตโนมัติ ระบบเตือนภัยสำหรับเก็บสินค้า หรือแม้แต่โปรเจกต์งานสร้างสรรค์ส่วนตัว
ความแตกต่างหลักคือ ความแม่นยำ ช่วงการวัด และความเร็วในการตอบสนอง ซึ่งส่งผลต่อราคาและการเลือกใช้งาน
เปรียบเทียบ DHT11 vs DHT22
ตารางเปรียบเทียบรายละเอียดของทั้งสองเซ็นเซอร์:
| ลักษณะ | DHT11 | DHT22 |
|---|---|---|
| ช่วงอุณหภูมิ | 0°C ถึง 50°C | -40°C ถึง 80°C |
| ช่วงความชื้น | 20% ถึง 80% RH | 0% ถึง 100% RH |
| ความแม่นยำอุณหภูมิ | ±2°C | ±0.5°C |
| ความแม่นยำความชื้น | ±5% RH | ±2% RH |
| เวลาตอบสนอง | ประมาณ 2 วินาที | ประมาณ 10 วินาที |
| ราคา | ประมาณ 50-80 บาท | ประมาณ 150-250 บาท |
| ความทนต่อสภาพแวดล้อม | ต่ำ (ใช้ในสภาพปกติ) | สูง (ทนต่อสภาพแวดล้อมหลากหลาย) |
หมายเหตุ: RH = Relative Humidity (ความชื้นสัมพัทธ์) ราคาอาจแตกต่างกันไปตามผู้ขายและตลาด

รายละเอียดเพิ่มเติม
DHT11 - เหมาะสำหรับ
- • โปรเจกต์งบประมาณน้อย หรือเรียนรู้เบื้องต้น
- • การใช้งานในสภาพปกติ ไม่ต้องการความแม่นยำสูงมาก
- • สภาพแวดล้อมอื่นๆ ภายในร่มปกติ
- • ต้องการตอบสนองอย่างรวดเร็ว
DHT22 - เหมาะสำหรับ
- • โปรเจกต์ที่ต้องการความแม่นยำสูง
- • การวัดในช่วงอุณหภูมิกว้าง เช่น ห้องเย็น หรือบริเวณร้อน
- • สภาพแวดล้อมที่ท้าทายมากขึ้น เช่นห้องใต้ดิน หรือที่กลางแจ้ง
- • แอปพลิเคชันเชิงพาณิชย์ หรือวิทยาศาสตร์ที่ต้องเชื่อถือได้
ดูวิดีโออธิบายเพิ่มเติม
ดูวิดีโอนี้เพื่อเข้าใจการใช้งาน DHT11 เซ็นเซอร์แบบละเอียดมากขึ้น:
เริ่มต้นใช้งาน
ขั้นตอนเบื้องต้นสำหรับใช้งาน DHT11 หรือ DHT22 กับ Raspberry Pi หรือ Arduino:
ขั้นตอนที่ 1: เตรียมอุปกรณ์
- เซ็นเซอร์ DHT11 หรือ DHT22
- บอร์ด Raspberry Pi หรือ Arduino
- สายไฟจัมเพอร์ (Jumper Wires)
- ตัวต้านทาน 10kΩ (Pull-up Resistor)
ขั้นตอนที่ 2: ต่อวงจร
- ต่อขา VCC ของเซ็นเซอร์เข้า 5V ของบอร์ด
- ต่อขา GND เข้า GND
- ต่อขา DATA เข้า GPIO Pin ใดก็ได้
- ต่อตัวต้านทาน 10kΩ ระหว่าง VCC กับ DATA
ขั้นตอนที่ 3: ติดตั้ง Library
- ติดตั้ง DHT Library สำหรับ Arduino
- หรือใช้ Adafruit DHT Library สำหรับ Raspberry Pi
ขั้นตอนที่ 4: โหลดโค้ด
- ดาวน์โหลดตัวอย่างโค้ดจาก GitHub หรือ Arduino IDE
- เปลี่ยน GPIO Pin ตามที่คุณต่อจริงๆ
- อัพโหลดและรัน
เคล็ดลับ: ตัวต้านทาน 10kΩ (Pull-up Resistor) มีความสำคัญ ช่วยให้การส่งสัญญาณมี stability ที่ดี ไม่ลืมใส่นะครับ
วงจรเชื่อมต่อ (Schematics)
ด้านล่างนี้คือวงจรเชื่อมต่อเซ็นเซอร์ DHT กับ Raspberry Pi และ Arduino:
Raspberry Pi


Arduino

ตัวอย่างโค้ด
ตัวอย่างโค้ด Python สำหรับ Raspberry Pi:
#!/usr/bin/env python3
import Adafruit_DHT
# เลือกชนิดเซ็นเซอร์และ GPIO Pin
DHT_SENSOR = Adafruit_DHT.DHT11
DHT_PIN = 4 # GPIO 4
while True:
humidity, temperature = Adafruit_DHT.read_retry(
DHT_SENSOR, DHT_PIN
)
if humidity is not None and temperature is not None:
print(f'อุณหภูมิ: {temperature}°C')
print(f'ความชื้น: {humidity}%')
else:
print('ไม่สามารถอ่านข้อมูลได้')
import time
time.sleep(2)
หมายเหตุ: โค้ดด้านบนเป็นตัวอย่างเบื้องต้น ดูโค้ดฉบับเต็มได้ที่ GitHub Repository
ข้อสังเกตและเคล็ดลับ
- • ช่วงเวลาอ่านข้อมูล: ต้องรอ 2-3 วินาที ระหว่างการอ่านครั้งต่อไป เพราะเซ็นเซอร์ต้องเวลา calibrate
- • ความแม่นยำ: DHT11 อาจมีข้อผิดพลาด ±2°C ถ้าต้องการความแม่นยำสูงใช้ DHT22
- • อายุการใช้งาน: DHT22 ทนทานกว่า DHT11 ใช้ได้นานถึง 5 ปี
- • การดูแล: ป้องกันจากฝน สิ่งสกปรก และแสงแดดโดยตรง
- • Troubleshooting: ถ้าอ่านค่าไม่ได้ ตรวจสอบการต่อ Pull-up Resistor ก่อน
แนะนำการเลือกใช้
สำหรับผู้เริ่มต้น
เลือก DHT11 - ถูกกว่า ตอบสนองเร็ว เหมาะสำหรับเรียนรู้พื้นฐาน
สำหรับโปรเจกต์ผลิตภัณฑ์
เลือก DHT22 - แม่นยำกว่า ทนทานกว่า เหมาะสำหรับงานระดับสูง
สำหรับสภาพแวดล้อมท้าทาย
เลือก DHT22 - รองรับช่วงอุณหภูมิกว้าง ทนต่อสภาพแวดล้อมหลากหลาย
พร้อมเริ่มโปรเจกต์ของคุณแล้วหรือ
สั่งซื้อเซ็นเซอร์ DHT หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่