อุปกรณ์สายลับฉบับทำมือ (Story)
มาลองสวมบทบาทเป็นสายลับกันเถอะ! เครื่องดักฟังหรือเครื่องบันทึกเสียงจิ๋ว (Spy Bug) ตัวนี้ถูกออกแบบมาให้มีขนาดเล็กกะทัดรัดจนสามารถซ่อนไว้ในฝ่ามือ กระเป๋าเสื้อ หรือวางเนียนๆ ไว้บนชั้นหนังสือได้เลยครับ
จุดเด่นของมันคือใช้พลังงานจากถ่าน AAA แค่ 3 ก้อน แต่สามารถบันทึกเสียงคุณภาพสูงในรูปแบบไฟล์ .WAV ลงบน Micro SD Card ได้นานกว่า 1 ชั่วโมง! โปรเจกต์นี้สนุกและท้าทายมาก ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ที่เพิ่งหัดเขียนโปรแกรมและฝึกบัดกรี หรือจะเป็นเมกเกอร์สายฮาร์ดคอร์ที่ชอบงาน 3D Printing ก็ทำตามได้สบายๆ ครับ
View more (ดูรูปขนาดของ Spy Bug แบบชัดๆ)
อุปกรณ์และเครื่องมือที่ต้องใช้ (Supplies)
ชิ้นส่วนทั้งหมดที่เราต้องใช้มีดังนี้ครับ:
- บอร์ด Arduino Pro Micro (แบบไม่บัดกรีขา Header)
- โมดูลอ่านการ์ด SD card adapter (แบบไม่บัดกรีขา Header ถ้ามีขามาให้ต้องถอดออกก่อน)
- ไมโครโฟน MAX9814 microphone module (แบบไม่บัดกรีขา)
- สวิตช์แบบเลื่อน SPDT switch ขนาด 3.7 x 3.7 x 8.7 มม. (2 ตัว)
- ขั้วแบตเตอรี่ AAA (Terminal) แบบมีตุ่ม, แบบมีสปริง และแบบที่มีทั้งสองอย่าง
- น็อตสกรูขนาด 4x1.5 มม. (4 ตัว) และ 4x2 มม. (1 ตัว) ไม่รวมหัวน็อต
- แบตเตอรี่ AAA (3 ก้อน)
- สายไฟขนาด 22 awg หรือเล็กกว่า
- ชิ้นส่วนเคสที่ได้จากการพิมพ์ 3D (3D printed parts)
- เทปพันสายไฟสีดำ (เพื่อปิดแสงไฟ LED)
- Micro SD card ความจุไม่เกิน 32GB
เครื่องมือ (Tools): เครื่องพิมพ์ 3D (ผู้เขียนใช้ Anycubic Kobra 2 Pro), หัวแร้งบัดกรีและตะกั่ว, ไขควง, ปืนกาวร้อน หรือกาวช้าง
ซอฟต์แวร์ (Software): โปรแกรม Arduino IDE และ Ultimaker Cura
💡 คำแนะนำพิเศษ: หากคุณไม่มีเครื่องพิมพ์ 3D Printer หรือกำลังมองหาอุปกรณ์เซ็นเซอร์ ไมโครโฟน และบอร์ด Arduino เพื่อทำโปรเจกต์นี้ สามารถเข้าไปสั่งทำชิ้นส่วน 3D หรือซื้อสินค้าได้ที่ https://openlink.co/globalbyte เลยครับ!
View more (ดูรูปอุปกรณ์ทั้งหมด)
Step 1: พิมพ์ชิ้นส่วนเคส 3D (Printing the Parts)
สิ่งแรกที่ต้องทำคือการพิมพ์ตัวกล่อง (Case) และฝาปิด (Lid) ครับ โดยใช้โปรแกรม Cura ตั้งค่าตามนี้เลย (ใช้วัสดุ PLA+):
-
ตัวกล่อง (Case): เปิด Support, ยึดฐานแบบ Skirt, ความละเอียด (Layer height) 0.2mm, ความหนาผนัง 0.8mm, Infill 20%, ความเร็ว 200 mm/s
-
ฝาปิด (Lid): ไม่ต้องเปิด Support, ส่วนการตั้งค่าอื่นๆ ให้เหมือนกับตัวกล่องครับ
ดาวน์โหลดไฟล์ 3D โมเดลได้ที่นี่: spy_bug_case.stl
Step 2: ใส่ขั้วแบตเตอรี่
นำขั้วแบตเตอรี่มาเสียบเข้าที่ร่องในกล่องครับ สำหรับขั้วที่มีตุ่มหรือสปริงทางเดียว คุณอาจจะต้องใช้คีมตัดปีกเหล็กด้านข้างทิ้งก่อน หรืออาจจะต้องใช้ค้อนเคาะเบาๆ เพื่อดันให้มันลงล็อกพอดี
View more (ดูรูปการใส่ขั้วแบตเตอรี่)
Step 3: ติดตั้งสวิตช์
เราจะใช้สวิตช์ 2 ตัว ตัวแรกสำหรับเปิด/ปิดเครื่อง และอีกตัวสำหรับสั่งเริ่ม/หยุดบันทึกเสียงครับ
ใช้ไขควงดันสวิตช์ลงไปในช่องให้แน่น จากนั้นใช้คีมตัดขาด้านขวาสุดของสวิตช์ทิ้งไปทั้งสองตัว บัดกรีเชื่อมขาตรงกลางของสวิตช์ทั้งสองเข้าด้วยกัน แล้วต่อสายไฟจากขากลางนี้ไปหา ขั้วลบ (Negative) ของรังถ่านครับ
View more (ดูรูปการติดสวิตช์และบัดกรี)
Step 4: การเดินสาย Micro SD Card Module
ขั้นตอนนี้เราจะบัดกรีโมดูล SD Card เข้ากับบอร์ด Arduino Pro Micro ครับ ระวังอย่าตัดสายไฟยาวเกินไป ไม่งั้นจะยัดลงกล่องไม่ได้นะ! โดยต่อสายตามนี้ครับ:
- GND ไปที่ GND
- VCC ไปที่ VCC
- MISO ไปที่ GPIO 14
- MOSI ไปที่ GPIO 16
- SCK ไปที่ GPIO 15
- CS ไปที่ GPIO 10
หลังจากต่อเสร็จ แนะนำให้ลองรันโค้ดตัวอย่างจากไลบรารี SD ของ Arduino เพื่อเช็คก่อนว่าบอร์ดอ่านการ์ดได้ปกติครับ
View more (ดูรูปการต่อบอร์ด SD Card)
Step 5: เพิ่มสายไฟสำหรับไมค์และสวิตช์
กะความยาวสายไฟที่จะต่อเข้ากับไมโครโฟนและสวิตช์ โดยลองวางบอร์ดลงในรอยบากของกล่อง (ให้พอร์ต USB-C ตรงกับรูที่เจาะไว้) ถ้าแผ่นวงจร SD Card ใหญ่ไปจนยัดไม่ลง คุณสามารถใช้กระดาษทรายหรือตะไบฝนขอบแผ่นปริ้นท์ออกนิดหน่อยได้ครับ ไม่ทำให้วงจรพังแน่นอน
จากนั้นบัดกรีสายจาก GND ของบอร์ด ไปที่สวิตช์ตัวล่าง และบัดกรีสายจาก GPIO 2 ไปที่สวิตช์ตัวบนครับ
View more (ดูรูปการเดินสายไฟเพิ่มเติม)
Step 6: การต่อไมโครโฟน
ใช้สกรูขนาด 4x2 มม. ขันยึดไมโครโฟนเข้ากับกล่อง จากนั้นบัดกรีสายไฟเข้าไมค์ตามนี้ครับ:
- GND ไปที่ GND
- Vdd ไปที่ VCC
- Out ไปที่ A0
สุดท้าย บัดกรีสายไฟจาก ขั้วบวก (Positive) ของรังถ่าน ไปเข้าที่พิน VDD ของไมโครโฟนครับ
View more (ดูรูปการต่อไมโครโฟน)
Step 7: ประกอบลงกล่องให้เรียบร้อย
เพื่อป้องกันไม่ให้บอร์ดขยับ ให้หยอดกาวติดบอร์ด Arduino เข้ากับกล่องเลยครับ และเพื่อความเป็นสายลับ เราต้องเอา เทปพันสายไฟสีดำ มาแปะทับหลอดไฟ LED บนบอร์ด Arduino เพื่อไม่ให้มีแสงลอดออกมาเวลาใช้งานครับ หลังจากนั้นก็ใส่ถ่าน AAA 3 ก้อนเข้าไปได้เลย
View more (ดูรูปการประกอบลงกล่อง)
Step 8: การเขียนโปรแกรม (Programming)
เปิดโปรแกรม Arduino IDE ขึ้นมา แล้วเช็คว่าคุณติดตั้งไลบรารี SD และ TMRpcm แล้วหรือยัง (ถ้ายัง ให้ไปโหลดมาลงให้เรียบร้อยครับ)
จุดสำคัญมาก: คุณต้องเข้าไปแก้ไขไฟล์ในไลบรารี TMRpcm ก่อน ไม่งั้นโค้ดจะคอมไพล์ไม่ผ่านครับ! ให้ทำตามนี้:
- ไปที่ File > Preferences ดูบรรทัด Sketchbook location ว่าชี้ไปที่โฟลเดอร์ไหน
- เปิดโฟลเดอร์นั้นขึ้นมา เข้าไปที่
libraries > TMRpcm
- เปิดไฟล์
pcmConfig.h ด้วยโปรแกรม Text Editor ทั่วไป
- เลื่อนลงมาหาบรรทัด
//#define ENABLE_RECORDING แล้วให้ ลบเครื่องหมาย // ออก เพื่อเปิดการทำงานครับ
View more (ดูโค้ดการแก้ไขไฟล์ และกด Copy Code)
แก้ไขไฟล์ pcmConfig.h ตามนี้ครับ:
<-- ให้ลบเครื่องหมาย // สีแดงนี้ออก #define ENABLE_RECORDING <-- จนกลายเป็นโค้ดสีเขียวแบบนี้
จากนั้นให้โหลดไฟล์โค้ดสำหรับโปรเจกต์นี้: Spy_bug.ino
เสียบสาย USB-C เลือกบอร์ด Arduino Micro แล้วกด Upload ได้เลย!
วิธีทดสอบ: ใส่ SD Card รีเซ็ตบอร์ด เลื่อนสวิตช์ตัวบนเพื่อเปิด แล้วเปิด Serial Monitor ดู ถ้ามันขึ้นว่า Recording และ Stopped recording ตามลำดับ ก็ถือว่าระบบสมบูรณ์ครับ! เอา SD Card ไปเสียบคอมพิวเตอร์เพื่อเปิดฟังไฟล์ .WAV ได้เลย (เช็คให้ชัวร์ว่า SD Card ถูกฟอร์แมตเป็น FAT32 นะครับ)
Step 9: ปิดฝาและพร้อมใช้งาน
เมื่อระบบทุกอย่างพร้อมทำงาน ก็นำฝามาปิดแล้วใช้สกรู 4 ตัวขันมุมทั้งสี่ด้านให้แน่น (จัดให้รูตรงกับตำแหน่งไมโครโฟนด้วยนะครับ) เป็นอันเสร็จสิ้น!
วิธีใช้งานเครื่องดักฟัง: เลื่อนสวิตช์ตัวล่างไปทางขวาเพื่อ เปิดเครื่อง และเลื่อนสวิตช์ตัวบนไปทางขวาเพื่อ เริ่มบันทึกเสียง เลื่อนซ้ายเพื่อหยุดบันทึกครับ
View more (ดูรูปการปิดฝาเครื่อง)
อัปเกรดทักษะงานประดิษฐ์และเซ็นเซอร์เจ๋งๆ!
อยากประกอบอุปกรณ์สายลับสนุกๆ แบบนี้ใช้เอง หรือกำลังมองหาบอร์ด Arduino และเซ็นเซอร์ดีๆ อยู่ใช่ไหม? แวะมาพูดคุยและหาซื้อของเล่นสาย Tech กับเราได้เลยครับ!
คำเตือน: เนื้อหานี้เป็นการสรุปและเรียบเรียงจากบทความต้นฉบับภาษาอังกฤษ ข้อมูลฉบับภาษาไทยอาจมีความคลาดเคลื่อนบางประการจากการตีความหรือย่อเนื้อหา โปรดอ้างอิงข้อมูลการต่อวงจรและโค้ดโปรแกรมโดยละเอียดจากต้นฉบับ