บริบทของการเปลี่ยนแปลง
ในช่วงไม่นาน Intel ได้ประกาศข้อมูลเกี่ยวกับซีพียูตระกูล Bartlett Lake ซึ่งเป็นชิปเซ็ตรุ่นใหม่ที่มีทั้ง OEM SKU ให้เลือกใช้ แบบจำนวนคอร์ที่หลากหลาย เริ่มตั้งแต่ 12 คอร์ ไปจนถึงจำนวนที่มากขึ้น สิ่งที่น่าสนใจคือแนวทางของ Intel ที่เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับประเภทของชิปที่สำหรับการใช้งาน Embedded Systems มากขึ้น ไม่ใช่เพียงแต่โฟกัสไปที่การประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่เท่านั้น
Intel Core 9 Bartlett Lake
รายชื่อ OEM SKU ที่หลากหลาย
เหตุผลของการเปลี่ยนทิศทาง
ตลาดโลกกำลังเปลี่ยนไป ไม่ใช่เพราะคนเลิกใช้งานทั่วไปเพื่อประมวลผลข้อมูล แต่เพราะว่า Artificial Intelligence, Machine Learning, และการวิเคราะห์ข้อมูลเรียลไทม์กำลังเข้ามาอย่างแรง ทำให้ความต้องการของโปรเซสเซอร์ที่มีคณุสมบัติเฉพาะกลุ่มเพิ่มขึ้นมากขึ้น นั่นคือเหตุผลที่ Intel เริ่มออกแบบชิปตระกูล Bartlett Lake ให้มีหลากหลายทางเลือกสำหรับการใช้งานต่างๆ
ทำไมถึงหลากหลายทางเลือก?
บริษัท OEM ต่างๆ ไม่ได้ต้องการซีพียูแบบ "ทั้งหมดรวมกัน" อีกต่อไป พวกเขาต้องการตัวเลือกที่ปรับแต่งได้ตามความต้องการของผลิตภัณฑ์ของตน ไม่ว่าจะเป็น 12 คอร์ 16 คอร์ หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับว่าอุปกรณ์นั้นใช้งานอะไร
ทิศทางใหม่ของ CPU
แทนที่จะดึงเอาพลังประมวลผลทั้งหมดออกมา Intel และผู้ผลิตชิปตัวอื่นๆ เริ่มคิดถึง "ความเหมาะสม" ของคณุสมบัติกับสภาพแวดล้อมการใช้งาน นั่นหมายความว่า ซีพียูไม่จำเป็นต้องมีจำนวนคอร์เยอะ แต่จะต้องทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน รองรับการเชื่อมต่อผ่านโปรโตคอลต่างๆ และสำคัญที่สุด คือสามารถรัน AI/ML โมเดลได้ ทั้งนี้เพื่อให้อุปกรณ์ IoT สามารถทำงานได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องส่งข้อมูลกลับไปยังคลาวด์ตลอดเวลา
แนวคิดเก่า
มีพลังมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทำงานบนเดสก์ทอป/เซิร์ฟเวอร์เท่านั้น
แนวคิดใหม่
เหมาะสมกับงาน ทำงานได้ที่ไหนก็ได้ รวมถึง Edge Devices
ข้อมูลทางเทคนิค
เปรียบเทียบประสิทธิภาพ
โลก Embedded ได้ประโยชน์อย่างไร
สำหรับนักพัฒนา IoT และผู้ประกอบการที่ทำงานในด้าน Embedded Systems นี่เป็นข่าวดีมากๆ เหตุผลที่สำคัญคือเมื่อผู้ผลิต CPU ใหญ่อย่าง Intel หันไปให้ความสำคัญกับ Embedded Market มันหมายความว่า:
-
ตัวเลือกมากขึ้น: ผู้พัฒนาจะได้เลือกซีพียูที่เหมาะสมกับโปรเจกต์ ไม่จำเป็นต้องใช้ตัวที่มีกำลังเกินพอ
-
ประหยัดค่าใช้: ซีพียูที่มีคุณสมบัติพอดี มักจะราคาถูกกว่าตัวที่มีกำลังเต็มที่
-
ประหยัดพลังงาน: ซีพียูที่เหมาะสมกับงาน จะใช้พลังงานน้อยลง ทำให้ยืนยาวได้นาน
-
ความเข้ากันได้ดีขึ้น: Intel มักจะเพิ่มคุณสมบัติเฉพาะสำหรับ IoT เช่น เซนเซอร์ในตัว การเชื่อมต่อไร้สาย
-
AI/ML ที่ง่ายขึ้น: ตัวเลือก SKU ใหม่ ทำให้การรัน AI โมเดลบนตัวอุปกรณ์นั้นง่ายขึ้นและประหยัดกว่า
การวิเคราะห์และผลกระทบ
การเปลี่ยนทิศทางของ Intel นี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบเฉยๆ มันสะท้อนให้เห็นว่าโลกของ IoT และ Edge Computing กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว บริษัทเทคโนโลยีใหญ่ๆ เริ่มตระหนักว่า ไม่ได้สิ่งที่ดีคือการส่งข้อมูลทั้งหมดไปประมวลผลบนคลาวด์ เพราะอาจารย์ประมวลผลนั้นต้องใช้เวลา และมีค่าใช้จ่ายมากมาย ดังนั้นการทำงานบนตัวอุปกรณ์เองก็เหมือนเป็นการแก้ปัญหาที่ดีขึ้น
ผลกระทบในระยะยาว
เราจะเห็นลัตริง Embedded Systems ที่ "ฉลาด" ขึ้นกว่าเดิม สามารถตัดสินใจและประมวลผลข้อมูลได้เองโดยไม่ต้องต่อเชื่อมกับเซิร์ฟเวอร์ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังช่วยสร้างเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น Robot ที่อัจฉริยะ เซ็นเซอร์ที่เก็บรักษาความเป็นส่วนตัว และอุปกรณ์ IoT ที่ทำงานได้อย่างอิสระมากขึ้น
ส่วนสำหรับผู้พัฒนา โปรแกรมเมอร์ และผู้ประกอบการในสายนี้ สิ่งนี้เป็นโอกาส ใหญ่ ฉันจึงแนะนำให้ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับ Embedded Solutions ใหม่ๆ ของ Intel และผู้ผลิตอื่นๆ เพราะการเลือกเครื่องมือที่ถูกต้องจะช่วยให้โปรเจกต์ของคุณประสบความสำเร็จได้มากขึ้น
ต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม?
สนใจที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ CPU รุ่นใหม่และวิธีใช้งาน หรือต้องการความช่วยเหลือในการเลือกตัวที่เหมาะสมสำหรับโปรเจกต์ของคุณ?