Project #15 Mk51 ต่อยอดระบบ Environment Monitoring บน FireBeetle 2 ESP32-E ด้วย C4002 mmWave, ENS160+BME280, RTC, จอ 3.5 นิ้ว และ MicroSD เพื่อเพิ่มความสามารถด้านการเก็บข้อมูลจากระบบตรวจวัดไว้ใช้งานภายหลัง จุดน่าสนใจคือโปรเจกต์ค่อย ๆ พัฒนาจากการอ่าน Sensor และแสดงผล ไปสู่ระบบที่มี Timestamp และ Storage แยก โดย Mk51 เพิ่ม Fermion MicroSD Module เข้ามา แต่ Source ที่ตรวจยังไม่ได้ระบุ Logging Schema และ Interval อย่างชัดเจน จึงไม่ควรเดารูปแบบข้อมูลขึ้นเอง

ESP32 เก็บข้อมูล Environment ลง MicroSD พร้อม mmWave และ Air Quality Sensor

อ่านค่า Temperature, Humidity, Air Quality และ Human Presence บนจอได้แล้ว แล้วถ้าอยากย้อนกลับมาดูข้อมูลหลังจากระบบทำงานผ่านไปหลายชั่วโมงล่ะ?

Project #15: Environment – MicroSD Card – Mk51 ของ Luc Paquin ต่อยอดชุด Environment Monitoring ที่สร้างบน FireBeetle 2 ESP32-E โดยเพิ่ม MicroSD เข้ามาเป็น Storage สำหรับระบบที่ก่อนหน้านี้มีทั้ง Sensor, Display และ Real-Time Clock อยู่แล้ว

ทำให้ Mk51 น่าสนใจในฐานะตัวอย่างของการพัฒนา จาก Sensor Dashboard ไปสู่แนวคิด Environmental Data Logger: Sensor สร้างข้อมูล, RTC ช่วยเพิ่มบริบทด้านเวลา, Display ใช้ดูสถานะปัจจุบัน และ MicroSD เปิดทางให้เก็บข้อมูลไว้ใช้งานภายหลัง

Project Mk51 ระบบ Environment Monitoring บน FireBeetle 2 ESP32-E พร้อมจอและโมดูล Sensor
Project #15 Mk51 เป็นระบบ Environment Monitoring ที่รวม ESP32, Display, Sensor, RTC และเพิ่ม MicroSD สำหรับงาน Storage
Key Takeaways
  • Controller หลักคือ DFRobot FireBeetle 2 ESP32-E
  • ใช้ Fermion C4002 mmWave Human Presence Sensor
  • ใช้ ENS160 + BME280 สำหรับ Air Quality และข้อมูลสภาพแวดล้อม
  • ใช้ SD2405 RTC สำหรับ Date / Time ใน Series นี้
  • ใช้จอ Fermion 3.5 นิ้ว ความละเอียด 480×320
  • Mk51 เพิ่ม Fermion MicroSD Card Module และ MicroSD 2GB
  • Source มีไฟล์แยกสำหรับ BME280, C4002, Display, ENS160, RTC และ SD
  • Source ที่ตรวจยังไม่ได้ยืนยัน Logging Schema, ชื่อไฟล์ และ Logging Interval ของ Mk51 จึงไม่ควรเดาเพิ่ม

Project Mk51 คืออะไร?

Mk51 เป็นโปรเจกต์ Environment Monitoring ใน Series ของ Luc Paquin ที่ใช้ FireBeetle 2 ESP32-E เป็น Microcontroller หลัก

ระบบรวม Sensor หลายประเภทเพื่อมองสภาพแวดล้อม จากคนละมุม:

  • C4002 สำหรับ Human Presence
  • BME280 สำหรับข้อมูลสภาพแวดล้อม
  • ENS160 สำหรับ Air Quality
  • SD2405 RTC สำหรับ Date / Time
  • Display สำหรับแสดงข้อมูล
  • MicroSD สำหรับ Storage

ดังนั้นมันไม่ได้เป็นเพียง “ESP32 ต่อ SD Card” แต่เป็นการเพิ่ม Storage เข้าไปในระบบ Sensor Monitoring ที่มีองค์ประกอบอื่นทำงานร่วมกันอยู่ก่อนแล้ว

จาก Mk49 → Mk50 → Mk51 โปรเจกต์เพิ่มอะไรทีละขั้น?

จุดที่น่าสนใจของ Series นี้ คือผู้สร้างไม่ได้ใส่ทุก Feature เข้าไปพร้อมกันตั้งแต่ต้น แต่เพิ่มความสามารถทีละชั้น

Project แกนหลักที่ Source แสดง
Mk49 C4002 + BME280 + ENS160 พร้อม Display สำหรับ Environment Monitoring
Mk50 เพิ่ม SD2405 RTC เพื่อให้ระบบมีข้อมูล Date / Time
Mk51 เพิ่ม Fermion MicroSD Card Module และ MicroSD 2GB
แนวคิดที่เห็นจาก Series: เริ่มจาก “อ่านค่า” → เพิ่ม “เวลา” → เพิ่ม “Storage” ซึ่งเป็น Flow ที่เข้าใจง่ายสำหรับคนเริ่มทำ Data Logger

Architecture ของระบบ: Sensor, Time, Display และ Storage ทำหน้าที่คนละส่วน

Environment / Human Presence
↓ C4002 + BME280 + ENS160
↓ FireBeetle 2 ESP32-E
↙     ↓     ↘
Display    RTC    MicroSD
↓     ↓     ↓
ดูค่าปัจจุบัน    เวลา    Storage

การแยกหน้าที่แบบนี้ช่วยให้เข้าใจ Data Logger ได้ง่ายกว่าการมองทุกอย่างเป็น Sensor

Sensor

ทำหน้าที่สร้าง Measurement หรือสถานะที่ระบบต้องการติดตาม

RTC

ทำหน้าที่ให้ข้อมูล Date / Time เพื่อเพิ่มบริบทด้านเวลาให้ระบบ

Display

ใช้แสดงผลสำหรับผู้ใช้งานในขณะนั้น

MicroSD

เป็น Storage ซึ่งเปิดทางให้ข้อมูลไม่จำเป็นต้องหายไป เมื่อค่าบนหน้าจอเปลี่ยนเป็นค่าชุดถัดไป

Hardware ที่ใช้ใน Mk51

ชุด Hardware ของ Environment Monitoring Project Mk51
ภาพชุด Hardware ของ Mk51 ซึ่งประกอบด้วย Controller, Display และ Module หลายประเภทสำหรับ Environment Monitoring
อุปกรณ์ จำนวนตาม Hackster หน้าที่ในระบบ
DFRobot FireBeetle 2 ESP32-E 1 Controller หลัก
Fermion 3.5" 480×320 TFT Capacitive 1 Display / User Interface
GDL Line 10 CM 1 Connection สำหรับ Hardware ที่เกี่ยวข้อง
Fermion MicroSD Card Module 1 Storage Interface
MicroSD 2 GB 1 Storage Media
Gravity LED Switch Red 1 Input / Indicator ตามการออกแบบของ Project
Gravity I2C SD2405 RTC Module 1 Real-Time Clock
Fermion C4002 mmWave Human Presence Sensor 1 Human Presence Detection
Fermion ENS160+BME280 Environmental Sensor 1 Environment / Air Quality Sensing
Gravity IO Shield for FireBeetle 2 1 ช่วยเชื่อม Module กับ Controller
Terminal Block Board for FireBeetle 2 ESP32-E 1 Terminal Connection
Lithium Ion Battery 1000mAh 1 Battery ตาม Hardware List
USB 3.0 to Type-C Cable 1 USB Connection

FireBeetle 2 ESP32-E เป็นสมองกลางของระบบ

Project ระบุ DFRobot FireBeetle 2 ESP32-E เป็น Controller หลัก สำหรับเชื่อม Sensor, Display, RTC และ MicroSD

Board ตระกูลนี้ใช้ ESP32 และเหมาะกับงาน IoT / Embedded ที่ต้องจัดการ Interface หลายประเภท บน Microcontroller ตัวเดียว

ระวังเรื่อง Variant: ปัจจุบัน FireBeetle 2 ESP32-E มีหลาย Configuration ในตลาด แต่ Hackster Mk51 ระบุเพียงชื่อ FireBeetle 2 ESP32-E บทความนี้จึงไม่ฟันธงว่า Project ใช้ Variant ที่มี Flash หรือ PSRAM ขนาดใดเพิ่มเติม หาก Source Mk51 ไม่ได้ระบุ

C4002 mmWave เพิ่มมิติ “มีคนอยู่หรือไม่” เข้าไปใน Environment Monitoring

Sensor และ Module ที่ใช้ใน Project Environment Monitoring Mk51
Project ไม่ได้ตรวจเฉพาะสภาพแวดล้อม แต่ยังใช้ C4002 mmWave Sensor เพื่อเพิ่มข้อมูลด้าน Human Presence

Fermion C4002 เป็น 24GHz mmWave Human Presence Sensor ซึ่งแตกต่างจาก Sensor Environment เพราะเป้าหมายของมันคือการตรวจ Presence ของคน

ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่า Sensor รองรับทั้ง Motion และ Static / Micro-motion Detection สำหรับสถานการณ์ที่คนอาจไม่ได้เคลื่อนไหวมาก

เมื่อรวมกับ Environment Sensor ระบบจึงสามารถมี Context มากกว่า “ห้องนี้อุณหภูมิเท่าไร” โดยสามารถมีข้อมูลว่า Environment นั้นสัมพันธ์กับการมีคนอยู่หรือไม่ ตาม Logic ที่ผู้พัฒนานำไปสร้างต่อ

อย่าตีความเป็น Occupancy Accuracy: Source ที่ใช้ไม่ได้ให้ Accuracy Benchmark ของ Mk51 ทั้งระบบ จึงไม่ควรสร้างเปอร์เซ็นต์ความแม่นยำขึ้นเอง

BME280 + ENS160 แยก “สภาพแวดล้อม” กับ “คุณภาพอากาศ” ออกจากกัน

Fermion ENS160+BME280 Environmental Sensor รวม Sensor สองกลุ่มที่มีหน้าที่ต่างกัน อยู่ใน Module เดียว

BME280

จาก Code ใน Series ก่อนหน้า โปรเจกต์อ่านข้อมูล:

  • Temperature
  • Pressure
  • Humidity
  • Altitude ที่คำนวณจาก Pressure Reference ตาม Code ของโปรเจกต์

ENS160

Series ก่อนหน้าอ่านข้อมูลจาก ENS160 เช่น:

  • Sensor Status
  • AQI
  • TVOC
  • eCO2
แยกศัพท์ให้ง่าย: BME280 ช่วยบอกสภาพแวดล้อมทางกายภาพ ส่วน ENS160 เพิ่มข้อมูลด้าน Air Quality ทำให้ Dashboard มีข้อมูลหลายมิติขึ้น

RTC สำคัญกับ Data Logging เพราะ “ค่า” อย่างเดียวอาจยังไม่พอ

Mk50 ใน Series ก่อนหน้า เพิ่ม Gravity SD2405 RTC เข้ามาก่อนที่ Mk51 จะเพิ่ม MicroSD

Code ของ Mk50 มีตัวแปร สำหรับ Date และ Time และใช้งาน GravityRtc จึงยืนยันได้ว่าระบบเริ่มมี Time Context ก่อนเข้าสู่ Mk51

ในมุม Data Logger ข้อมูลอย่าง Temperature 29°C มีความหมายมากขึ้น เมื่อสามารถผูกกับเวลา เช่นเกิดขึ้นช่วงเช้า กลางวัน หรือหลังจากมีคนเข้ามาในพื้นที่

แต่ยังไม่ควรเดา File Schema: การมี RTC ไม่ได้ทำให้เราสรุปได้ทันทีว่า Mk51 เขียน Timestamp ลงทุก Record ใน Format แบบใด จนกว่า Code `getSD.ino` ของ Mk51 จะยืนยันรายละเอียดนั้น

MicroSD คือ Step ที่เปลี่ยนระบบจาก Monitoring ไปสู่แนว Data Logger

Mk51 เพิ่ม Fermion MicroSD Card Module และ MicroSD 2GB เข้าไปใน Hardware List

DFRobot อธิบาย MicroSD Module ว่าเหมาะกับงาน Storage อย่าง Data Logging และใช้ SPI Interface

ใน Series นี้จึงเห็น Evolution ชัดเจน:

Sensor Reading
↓ Display Current Data
↓ Add RTC
↓ Add MicroSD Storage

นี่คือพื้นฐานสำคัญของ Data Logger: ระบบไม่เพียงบอกว่า “ตอนนี้เกิดอะไรขึ้น” แต่มี Storage สำหรับนำข้อมูล ไปใช้งานต่อภายหลัง

สิ่งที่ยังไม่ล็อก: Source ที่ตรวจรอบนี้ยังไม่ยืนยัน ชื่อไฟล์ที่เขียนลง MicroSD, Format เช่น CSV/TXT, Field Order, Logging Interval หรือจำนวน Record ต่อไฟล์ จึงไม่มีการสร้างรายละเอียดเหล่านี้เพิ่มเอง

จอ 3.5 นิ้วทำหน้าที่เป็น Local Dashboard

จอแสดงผลใน Environment Monitoring Project Mk51
Display ทำให้ผู้ใช้ดูสถานะและข้อมูลของระบบได้ที่ตัวอุปกรณ์ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่ง Cloud Dashboard เพียงอย่างเดียว

Project ใช้ Fermion 3.5-inch 480×320 TFT Capacitive Display

หน้าที่ของ Display ต่างจาก MicroSD:

  • Display → ดูค่าปัจจุบัน
  • MicroSD → Storage สำหรับข้อมูล
  • RTC → Date / Time Context
  • Sensor → สร้าง Measurement

การแบ่งหน้าที่แบบนี้เป็น Pattern ที่นำไปใช้กับ Data Logger Project อื่นได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น Greenhouse, Indoor Air Monitoring หรือระบบเก็บข้อมูล Sensor หน้างาน

Software Structure แยกเป็นไฟล์ตามหน้าที่

Hackster ระบุไฟล์ใน Mk51 แยกตาม Module หลายส่วน:

  • DL2609Mk04p.ino
  • getBME280.ino
  • getC4002.ino
  • getDisplay.ino
  • getENS160.ino
  • getRTC.ino
  • getSD.ino
  • setup.ino

โครงสร้างแบบนี้ช่วยแยก Logic ของ Sensor แต่ละประเภทออกจากกัน ทำให้คนอ่าน Source Code สามารถเปิดดูเฉพาะส่วนที่สนใจได้ง่ายขึ้น

Software Environment ที่ Hackster ระบุคือ Arduino IDE

Code Flow ที่ยืนยันได้จาก Project ก่อนหน้าใน Series

Code ของ Mk49 และ Mk50 ช่วยยืนยันลำดับแนวคิดของระบบ Sensor ก่อนมาถึง Mk51

Snippet ด้านล่างเป็น Flow ที่ยืนยันจาก Project ก่อนหน้าใน Series ไม่ใช่การอ้างว่าเป็นเนื้อหาเต็มของ getSD.ino ใน Mk51

Environment Series Flow — Mk49 / Mk50
isBME280();
isENS160();
isC4002();
isDisplayC4002();
isRTC();

Mk49 ยืนยัน Flow ของ BME280, ENS160, C4002 และ Display ขณะที่ Mk50 เพิ่ม RTC เข้ามา

ไม่เติม SD Code เอง: แม้ Mk51 มีไฟล์ getSD.ino แต่บทความนี้จะไม่สร้าง SD.open(), Filename, CSV Fields หรือ Logging Loop ขึ้นมาเอง หาก Source Mk51 ที่ตรวจยังไม่เปิดเผยรายละเอียดนั้นอย่างชัดเจน

ดาวน์โหลด Source Code ต้นฉบับจาก Hackster

Hackster มี Code Files แยกหลายไฟล์ สำหรับโปรเจกต์นี้ แนะนำเปิด Project Page ควบคู่กัน เพื่อตรวจชื่อไฟล์และ Version ก่อนนำไป Compile

Project Page ระบุไฟล์: DL2609Mk04p.ino, getBME280.ino, getC4002.ino, getDisplay.ino, getENS160.ino, getRTC.ino, getSD.ino และ setup.ino

ข้อมูลอะไรที่ Source ยังไม่ได้ระบุชัด?

จุดนี้สำคัญมากสำหรับคนที่จะนำ Project ไปทำ Data Logger จริง

จาก Source ที่ตรวจ ยังไม่ควรสร้างรายละเอียดต่อไปนี้ขึ้นมาเอง:

  • ชื่อไฟล์ที่ Mk51 สร้างบน SD
  • File Format เช่น CSV หรือ TXT
  • Column / Field Order
  • Logging Interval
  • Sampling Rate
  • จำนวนวันสูงสุดที่ MicroSD 2GB เก็บข้อมูลได้
  • Battery Runtime
  • Write Endurance ของ MicroSD ที่ใช้
  • Sensor Accuracy ของระบบรวม
  • Cloud Upload หรือ Database Backend
อย่าคำนวณ Storage Duration จาก 2GB อย่างเดียว: ถ้ายังไม่รู้ Record Size, Logging Interval และ File Overhead จะยังคำนวณไม่ได้ว่า Card เก็บข้อมูลได้กี่วัน

ดู Project Environment Series จากผู้สร้าง

ผู้สร้างแนบ Video ไว้กับ Project สำหรับดู Hardware และการทำงานเพิ่มเติม ควรใช้ควบคู่กับ Hackster Page และ Source Code ต้นฉบับ

Maker เรียนรู้อะไรจาก Mk51 ได้?

โปรเจกต์นี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่า Data Logger ไม่ได้เริ่มจากคำว่า “เขียนข้อมูลลง SD ยังไง” เพียงอย่างเดียว

สิ่งที่ต้องคิดเป็นระบบมีหลายส่วน:

  1. เลือก Sensor ว่าต้องการวัดอะไร
  2. อ่าน Sensor แต่ละตัวผ่าน Interface ที่เหมาะสม
  3. มี RTC หากข้อมูลต้องสัมพันธ์กับเวลา
  4. มี Local Display หากต้องการดูค่าที่หน้างาน
  5. เพิ่ม Storage สำหรับเก็บข้อมูลย้อนหลัง
  6. แยก Software เป็น Module เพื่อให้ดูแล Code ง่ายขึ้น

การมี C4002 ยังช่วยให้ Project นี้ไม่ได้มอง Environment เป็นเพียง Temperature หรือ Air Quality แต่สามารถผูกเข้ากับ Human Presence สำหรับการทดลองด้าน Indoor Monitoring ได้ด้วย

ถ้ากำลังทำ ESP32 Data Logger, Environment Monitoring หรือ Sensor Project สามารถสอบถามทีม GlobalByte เรื่อง Development Board, Sensor, Display, Storage Module และ Maker Accessories ที่เหมาะกับ Requirement ได้

โปรเจกต์นี้มีหลาย Module แนะนำอ่าน Source ต้นฉบับควบคู่กัน

โดยเฉพาะ Wiring, Library Version, Pin Assignment และรายละเอียดการเขียนข้อมูลลง MicroSD ควรตรวจ Code ของผู้สร้างก่อนลงมือทำ

FAQ — คำถามเกี่ยวกับ ESP32 Environment Data Logger Mk51

1. Mk51 ใช้บอร์ดอะไร?

Hackster ระบุ DFRobot FireBeetle 2 ESP32-E เป็น Controller หลัก

2. Mk51 วัดอุณหภูมิได้หรือไม่?

Series ใช้ BME280 และ Code ก่อนหน้าของโปรเจกต์ยืนยันการอ่าน Temperature

3. วัดความชื้นได้ไหม?

ได้ผ่าน BME280 ตาม Sensor Stack ที่ผู้สร้างใช้

4. วัด Air Quality อะไรบ้าง?

ENS160 ใน Series มีการอ่าน AQI, TVOC และ eCO2 รวมถึง Sensor Status

5. ตรวจว่ามีคนอยู่ในพื้นที่ได้อย่างไร?

Project ใช้ Fermion C4002 24GHz mmWave Human Presence Sensor

6. ทำไมต้องใช้ RTC?

Mk50 เพิ่ม SD2405 RTC เพื่อให้ระบบมี Date / Time ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่มีประโยชน์ เมื่อต้องจัดข้อมูลตามเวลา

7. Mk51 เพิ่มอะไรจาก Mk50?

Hardware List ของ Mk51 เพิ่ม Fermion MicroSD Card Module และ MicroSD 2GB

8. MicroSD ใช้ Interface อะไร?

Fermion MicroSD Module ที่ผู้สร้างระบุเป็น Module ที่รองรับ SPI ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์

9. Mk51 เขียนข้อมูลเป็น CSV หรือไม่?

Source ที่ตรวจในรอบนี้ ยังไม่ได้ยืนยัน File Format ของ Mk51 อย่างชัดเจน จึงไม่ควรสรุปว่าเป็น CSV

10. บันทึกข้อมูลทุกกี่วินาที?

Source ที่ตรวจไม่ได้ระบุ Logging Interval ที่สามารถยืนยันได้สำหรับ Mk51

11. MicroSD 2GB เก็บข้อมูลได้กี่วัน?

ยังตอบไม่ได้จาก Source เพราะต้องทราบ Record Size, Logging Interval และ File Overhead ก่อน

12. Project ใช้ช่อง MicroSD บนจอหรือไม่?

Hardware List ของ Mk51 ระบุ Fermion MicroSD Card Module แยกเป็นอุปกรณ์อีกชิ้น จึงไม่ควรเหมารวมว่าใช้ Slot บน Display หาก Wiring หรือ Code ยังไม่ได้ยืนยันเช่นนั้น

13. ใช้ Arduino IDE หรือไม่?

ใช่ Hackster ระบุ Arduino IDE ใน Software Apps and Online Services

14. มี Source Code ให้ดาวน์โหลดหรือไม่?

มี Hackster ระบุ Code Files แยกหลายไฟล์สำหรับ Sensor, Display, RTC, SD และ Setup

15. ใช้ Battery ขนาดเท่าไร?

Hardware List ระบุ Lithium Ion Battery 1000mAh

16. Battery ใช้งานได้กี่ชั่วโมง?

Source ไม่ได้ระบุ Runtime และไม่มีข้อมูล Power Profile ครบพอ สำหรับคำนวณ Runtime อย่างถูกต้อง

17. C4002 ตรวจ Static Presence ได้ไหม?

ข้อมูลของผู้ผลิตระบุว่ารองรับ Static และ Micro-motion Presence Detection นอกเหนือจาก Motion Detection

18. โปรเจกต์ส่งข้อมูลขึ้น Cloud หรือไม่?

Source ที่ใช้ในบทความนี้ ไม่ได้ให้ข้อมูลเพียงพอที่จะยืนยัน Cloud Logging หรือ Database Backend สำหรับ Mk51

สรุป: Mk51 แสดงให้เห็นว่า Data Logger เริ่มจากการจัดบทบาทของข้อมูลให้ชัด

ชุด Environment Monitoring Mk51 ของ Luc Paquin
Mk51 รวม Controller, Sensor, Timekeeping, Display และ Storage ไว้ใน Project Environment Monitoring ชุดเดียว

สิ่งที่น่าสนใจของ Mk51 ไม่ใช่เพียงจำนวน Module ที่ต่ออยู่กับ ESP32 แต่คือการแบ่งหน้าที่อย่างเป็นขั้นตอน

BME280 และ ENS160 ให้ข้อมูล Environment และ Air Quality, C4002 เพิ่ม Human Presence, RTC เพิ่มบริบทด้านเวลา, Display ใช้ดูค่าปัจจุบัน และ MicroSD เพิ่ม Storage

เมื่อมองแบบนี้ Project จึงเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับคนเริ่มทำ ESP32 Data Logger ว่าระบบเก็บข้อมูลจริง มักต้องคิดมากกว่าแค่คำสั่ง Write File

ขณะเดียวกัน Source ยังมีรายละเอียดบางส่วนที่ไม่ควรเดา โดยเฉพาะ Logging Schema, Interval และ Storage Duration ดังนั้นหากจะ Build ตามจริง ควรอ่าน Code Mk51 ต้นฉบับควบคู่กับบทความนี้

References / แหล่งข้อมูลต้นฉบับ

อยากทำ ESP32 Data Logger หรือ Environment Monitoring?

ถ้ากำลังทดลอง ESP32, Air Quality Sensor, Environmental Sensor, mmWave, RTC, Display หรือ MicroSD Data Logger สามารถสอบถามทีม GlobalByte เรื่องบอร์ดและ Module ที่เหมาะกับ Requirement ของ Project ได้

ก่อนเลือกอุปกรณ์ ควรเริ่มจากคำถามว่า ต้องวัดข้อมูลอะไร, ต้องดูข้อมูลแบบ Real-time หรือย้อนหลัง, ต้อง Timestamp หรือไม่ และต้องเก็บข้อมูลมากแค่ไหน

Disclaimer: บทความนี้เป็นการสรุปและเรียบเรียงจากแหล่งข้อมูลภาษาอังกฤษ อาจมีความคลาดเคลื่อน กรุณาตรวจสอบ Source ต้นฉบับก่อนลงมือทำ

Project Mk51 มี Code Files สำหรับ BME280, C4002, Display, ENS160, RTC, SD และ Setup แต่ Source ที่ตรวจสำหรับบทความนี้ ยังไม่ได้ยืนยัน Logging Schema, File Format, Filename, Field Order และ Logging Interval ของ Mk51 อย่างชัดเจน จึงไม่มีการสร้างรายละเอียดดังกล่าวขึ้นเอง

Code Flow ที่แสดงในบทความ ใช้เพื่ออธิบาย Architecture จาก Mk49/Mk50 ซึ่งเป็น Project ก่อนหน้าใน Series เดียวกัน ไม่ได้อ้างว่าเป็น Code เต็มของ getSD.ino ใน Mk51

FireBeetle 2 ESP32-E มีหลาย Hardware Variant บทความนี้ไม่อ้าง Flash/PSRAM Variant เฉพาะเจาะจงเกินกว่าที่ Mk51 Source ระบุ

Source ไม่ได้ให้ข้อมูลครบสำหรับคำนวณ Battery Runtime, จำนวนวันที่ MicroSD 2GB เก็บข้อมูลได้, Sensor Accuracy ของระบบรวม หรือ Maximum Logging Rate จึงไม่มีการคำนวณค่าดังกล่าวเพิ่มเติม

 

แท็ก


Blog posts