ฮายยยยชาว Maker สายโฮมเซิร์ฟเวอร์ (Home Server) และมินิพีซีทุกคน! ปกติเวลาเรานึกถึงบอร์ดคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก (SBC) เรามักจะคุ้นเคยกับชิปสถาปัตยกรรม ARM กันใช่ไหมครับ? แต่วันนี้เราจะพาไปชมของแรงจากค่าย Hardkernel ที่ฉีกกฎเดิมๆ ด้วยการยัดขุมพลัง Intel Core i3-N300 ลงไปในบอร์ดไซส์จิ๋ว! ขอแนะนำให้รู้จักกับ ODROID-H5 ครับ!
วันนี้เราจะมาทำพรีวิว Part 1 แบบจัดเต็ม ทั้งการแกะกล่อง (Unboxing), การประกอบลงเคส (Type 1 Case), และการเปิดเครื่องบูตเข้าระบบครั้งแรก (First Boot) ทั้ง Ubuntu และ Windows 11 ให้ดูกันเลยว่ามันลื่นไหลขนาดไหน!
ภาพปก: แผงพอร์ตเชื่อมต่อด้านหลังของ ODROID-H5 ที่ให้มาแบบครบครัน ทั้ง HDMI, DP, 10GbE และ USB
💡 Globalbyte Trick: โปรเจกต์แนวทำ Home Server ทำโฮสต์เก็บข้อมูล (NAS) หรือสายมินิพีซี บอร์ดตระกูล SBC คือหัวใจสำคัญเลยครับ! หากเพื่อนๆ กำลังมองหาบอร์ดไมโครคอนโทรลเลอร์รุ่นฮิต, บอร์ดพัฒนา, หรือเซนเซอร์ต่างๆ เพื่อนำไปประกอบโปรเจกต์ IoT สุดเจ๋ง แวะมาเลือกช้อปสินค้าอิเล็กทรอนิกส์พร้อมส่งในไทยได้ที่ร้าน Globalbyte ของเราได้เลยครับ มีของให้สายประดิษฐ์เพียบ!
แกะกล่องชุดคิท ODROID-H5 (Unboxing)
ข้อดีของบอร์ดตระกูล ODROID คือความยืดหยุ่นที่เราสามารถ "คัสตอม (Customize)" สเปกและเคสได้ตามใจชอบครับ สำหรับชุดรีวิวที่ทาง Hardkernel จัดมาให้ในวันนี้ ประกอบไปด้วย:
-
บอร์ด ODROID-H5: พระเอกของเรา ใช้ชิป Intel Core i3-N300
-
H5 Case Type 1: เคสสำหรับประกอบแผงวงจร
-
RAM 16GB DDR5 SO-DIMM: แรมโน้ตบุ๊กความเร็วสูงจาก Crucial
-
การ์ด M.2 10GbE: ตัวเสริมสำหรับทำพอร์ต LAN 10Gbps พอร์ตที่สอง! (ใช้ชิป RTL8127AT ที่ประหยัดพลังงานสุดๆ)
-
อะแดปเตอร์ 15V/4A: พาวเวอร์ซัพพลายพร้อมหัวปลั๊กแบบ US
-
ปุ่มพาวเวอร์ LED ภายนอก: เอาไว้ต่อกดเปิด/ปิดเครื่องแบบเท่ๆ
สำรวจบอร์ดแบบเน้นๆ
ตัวบอร์ดเป็นแบบ Fanless (ไร้พัดลม) ครับ อาศัยฮีทซิงค์ (Heatsink) ขนาดใหญ่และหนาเตอะในการระบายความร้อน
-
พอร์ตด้านหลัง: ช่องจ่ายไฟ 12V, USB 2.0 สองช่อง, พอร์ต 10GbE RJ45, USB 3.0 สองช่อง, HDMI 1 ช่อง และ DisplayPort (DP) อีก 2 ช่อง! (ต่อจอ 4K ได้สบายๆ 3 จอพร้อมกัน)
-
ด้านบนบอร์ด: มีช่องเสียบ M.2 PCIe Gen3 x2 (SSD2), ช่องเสียบโมดูล eMMC, ปุ่ม Power/Reset, จุดต่อแบตเตอรี่ RTC, พอร์ตพัดลม 12V และขา GPIO 24-pin สำหรับสายแฮก
-
ด้านล่างบอร์ด: เป็นสวรรค์ของคนชอบเสียบ! มีสล็อต SO-DIMM (สำหรับใส่ RAM) และสล็อต M.2 อีก 3 ช่องให้ใส่ SSD ได้จุใจ (หมายเหตุ: ช่อง SSD1 และ SSD3 จะวิ่งที่ PCIe Gen3 x2 ส่วนช่อง SSD4 จะวิ่งที่ Gen3 แบบเลนเดียว ต้องวางแผนการเสียบให้ดีๆ นะครับ)
อุปกรณ์ทั้งหมดในชุดคิท (Kit) ที่ได้มา
มุมมองด้านบนของบอร์ด จะเห็นฮีทซิงค์ขนาดใหญ่และสล็อต M.2 / eMMC
ด้านล่างบอร์ดอัดแน่นไปด้วยสล็อต M.2 ถึง 3 ช่อง และสล็อต RAM DDR5
ชุดอุปกรณ์การ์ด M.2 10GbE สำหรับต่อพอร์ต LAN เพิ่ม
เสียบ RAM 16GB DDR5 และ NVMe SSD 512GB ลงบนบอร์ด
บอร์ด ODROID-H5 ที่ประกอบลงเคส Type 1 พร้อมพอร์ต Dual 10GbE หล่อๆ!
เปิดเครื่องทดสอบ (First Boot) รัน Ubuntu และ Windows 11
หลังจากประกอบเสร็จ (ยัด RAM, NVMe SSD 512GB ที่มี OS อยู่แล้ว และการ์ด 10GbE M.2) ก็ถึงเวลาเปิดเครื่องครับ!
ผมลองเสียบจอ Crowview 14-inch portable monitor แบบพกพาผ่าน HDMI และเสียบเมาส์+คีย์บอร์ดแบบไร้สาย บอร์ดสามารถบูตเข้าสู่ Ubuntu 24.04 ได้อย่างรวดเร็วมาก! เช็คในระบบก็เห็นชิป Intel Core i3-N300 octa-core และ RAM 16GB ขึ้นมาครบถ้วน
พอลองรีบูตสลับไปเข้า Windows 11 ระบบก็เปิดติดได้ปกติครับ แต่ติดปัญหาตรงที่ Windows ตรวจจับได้ว่ามีการเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ขนานใหญ่ (เพราะย้าย SSD มาจากแล็ปท็อป) มันเลยบังคับให้ Reset PIN ซึ่งต้องใช้เน็ตในการยืนยันตัวตน... เอาเป็นว่าเดี๋ยว Part หน้าเราจะเน้นไปที่การรีวิวและทดสอบประสิทธิภาพบน Ubuntu 26.04 เป็นหลักแทนละกันครับ (ฮา)
บูตเข้า Ubuntu 24.04 เช็คสเปคเห็น Intel Core i3-N300 และ RAM 16GB ชัดเจน
บูตเข้า Windows 11 ได้สบายๆ แต่อาจจะต้องมีการยืนยันตัวตนใหม่เพราะย้ายเครื่อง
คุ้มไหม? สรุปราคาค่าตัว (Price Breakdown)
เพื่อความเคลียร์ มาดูราคาแยกชิ้นของชุดคิทที่ได้มารีวิวกันครับ (แปลงเป็นเงินไทยคร่าวๆ เพื่อให้เห็นภาพ):
-
บอร์ด ODROID-H5: $250 (ประมาณ 9,000 บาท)
-
H5 Case Type 1: $11 (ประมาณ 400 บาท)
-
ปุ่ม LED Power: $5.99 (ประมาณ 200 บาท)
-
15V/4A PSU (US plug): $11 (ประมาณ 400 บาท)
-
M.2 10GbE card: $76 (ประมาณ 2,700 บาท)
-
16GB DDR5 SO-DIMM: $220 (ประมาณ 7,900 บาท - ราคา RAM แอบเดือดจัด!)
รวมยอดความเสียหายทั้งหมดจะอยู่ที่ประมาณ $573.99 (ตีกลมๆ ประมาณ 20,600 บาท) ซึ่งราคานี้ยังไม่รวมภาษี ค่าจัดส่ง และตัวเก็บข้อมูล (NVMe SSD) นะครับ!
ถ้ามองในแง่ของคู่แข่งที่ใกล้เคียงกันอย่าง iKOOLCORE R2 Max (ที่เคยรีวิวไปเมื่อปี 2024) ซึ่งใช้ชิป Core i3-N305 และมีพอร์ต 10GbE 2 ช่อง ปัจจุบันขายเครื่องเปล่า (Barebone) อยู่ที่ $469 ถือว่าบอร์ด ODROID-H5 (ราคาเฉพาะบอร์ด $250) ก็ยังตั้งราคามาได้ค่อนข้างแข่งขันได้เลยครับ โดยเฉพาะเรื่องความประหยัดพลังงานจากชิป LAN 10GbE รุ่นใหม่ที่น่าจะทำได้ดีกว่า
รอติดตาม Part 2 กันได้เลยครับ เราจะมาเจาะลึกทดสอบความเร็วเครือข่าย 10Gbps แบบเต็มสูบ และการต่อ 3 จอแบบ 4K กัน!
⚠️ คำแนะนำเพิ่มเติม: การเลือกซื้อ RAM และ SSD มาใส่บอร์ดตระกูล SBC ควรเช็ค QVL (Qualified Vendor List) หรือรุ่นที่ผู้ผลิตแนะนำให้ดีก่อนซื้อนะครับ เพราะบางยี่ห้ออาจมีปัญหาเข้ากันไม่ได้ (Incompatibility) และทำให้เครื่องบูตไม่ติดครับ
💡 ไอเทมลับช่วยอ่าน: หากเพื่อนๆ ตามไปอ่านบทความภาษาอังกฤษ หรืออยากเช็กรายละเอียดพอร์ต PCIe / เลนบนบอร์ด (Lanes) แล้วรู้สึกว่าคำศัพท์ฮาร์ดแวร์มันชวนสับสน แนะนำให้ก๊อปปี้ลิงก์บทความต้นฉบับไปให้ NotebookLM ของ Google ช่วยสรุปและอธิบายสเปคให้ฟังแบบง่ายๆ ได้นะครับ จะช่วยให้เห็นภาพรวมของบอร์ดได้ชัดเจนขึ้นเยอะเลย!
🚀 ลุยโปรเจกต์มินิพีซีและ IoT สุดล้ำไปกับ Globalbyte!
ไม่ว่าคุณจะอยากทำ Home Server สุดแรง หรือสร้างอุปกรณ์ IoT เล็กๆ ขาดบอร์ดทดลอง เซนเซอร์ หรือชิ้นส่วนอะไร ทักมาให้เราจัดให้ได้เลย!
คำเตือน / ข้อมูลอ้างอิง: บทความนี้เป็นการสรุปและสกัดข้อมูลมาจากการแกะกล่องรีวิวต้นฉบับภาษาอังกฤษ (CNX Software) ราคาของสินค้า (ที่แสดงเป็นเงินบาท) เป็นเพียงการประมาณการเพื่อประกอบความเข้าใจ ราคาจริงอาจเปลี่ยนแปลงตามอัตราแลกเปลี่ยน ภาษีนำเข้า และนโยบายของผู้จัดจำหน่าย ขอแนะนำให้ตรวจสอบจากร้านค้าทางการอีกครั้งครับ
ที่มาต้นฉบับ: ODROID-H5 SBC Review - Part 1 (CNX Software)