ย้อนกลับไปในยุคที่แฟลชไดรฟ์ (Flash Storage) ยังมีราคาแพงหูฉี่ การเก็บข้อมูลในมือถือหรือเครื่องเล่นเพลงมักจะพึ่งพา "ไมโครไดรฟ์ (Microdrive)" ซึ่งก็คือฮาร์ดดิสก์จิ๋วที่มีจานหมุนจริงๆ อยู่ข้างใน!
และในปี 2004 บริษัท Toshiba ได้สร้างสถิติลง Guinness World Records ด้วยการเปิดตัวฮาร์ดดิสก์รุ่น MK4001MTD ที่มีขนาดจานหมุนเพียง 0.85 นิ้ว เท่านั้น! (ถูกนำไปใช้ในมือถือในตำนานอย่าง Nokia N91) วันนี้เราจะพามาดูโปรเจกต์สุดเจ๋งที่พยายามแกะรอย (Reverse Engineer) เพื่อสร้างเครื่องอ่านข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์จิ๋วตัวนี้กันครับ!

ประวัติศาสตร์และจุดเริ่มต้นของการแกะรอย
ผู้สร้างโปรเจกต์นี้สะสมฮาร์ดดิสก์จิ๋ว MK4001MTD ไว้หลายตัว และมีความฝันว่าอยากจะอ่านข้อมูลข้างในมันให้ได้! ตอนแรกเขาคิดว่ามันน่าจะใช้มาตรฐาน MMCplus แบบ 8-bit เพราะขาพินหน้าตาคล้ายกันมาก แต่พอเอาไปต่อกับเครื่องอ่านการ์ดทั่วไป หรือแม้แต่สร้างบอร์ดอ่านเองด้วยชิป USB2240 มันก็ไม่ยอมตอบสนองเลย นิ่งสนิท!
คลิกเพื่อดูรูปภาพสไลด์ประวัติศาสตร์และบอร์ดทดสอบแรก (View More)
ผ่าตัดมือถือ Nokia N91 เพื่อดักจับสัญญาณ! (Reverse Engineering)
เมื่อเดาทางไม่ถูก เขาเลยไปซื้อมือถือ Nokia N91 มือสองที่ใช้ฮาร์ดดิสก์รุ่นนี้อยู่แล้วมาแกะซะเลย! เขาบัดกรีสายไฟเข้าไปดักจับสัญญาณที่ขาฮาร์ดดิสก์ แล้วใช้เครื่อง Logic Analyzer วัดสัญญาณตอนที่มือถือบูตเครื่อง
ผลปรากฏว่า มันไม่ได้สื่อสารแบบเมมโมรี่การ์ดทั่วไป แต่มันใช้ "SDIO (อินเทอร์เฟซแบบ 4-bit)" และที่น่าทึ่งคือ มันส่งคำสั่งแบบฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์ (ATA Commands) ทะลุผ่านสาย SDIO เข้าไปดื้อๆ เลย!
คลิกเพื่อดูรูปการเจาะระบบและคลื่นสัญญาณ (View More)
ให้ AI ช่วยเขียนโค้ดแปลงสัญญาณ (Pico & OpenClaw)
พอรู้รูปแบบสัญญาณแล้ว เขาจึงใช้บอร์ด Raspberry Pi Pico (RP2040) มาทำเป็นตัวเชื่อมต่อ (Bridge) ระหว่าง USB กับ SDIO โดยให้ AI อย่าง OpenClaw ช่วยเขียนเฟิร์มแวร์ให้!
AI ทำหน้าที่จำลองบอร์ดให้กลายเป็นแฟลชไดรฟ์ (USB Mass Storage) แล้วแปลงคำสั่งอ่าน/เขียนไฟล์ ให้เป็นคำสั่ง ATA ส่งผ่าน SDIO อีกที แม้ตอนแรก AI จะมีงงๆ และเขียนโค้ดจนทำข้อมูลในฮาร์ดดิสก์พังไปบ้าง แต่สุดท้ายโมเดลที่เก่งขึ้นอย่าง Oups 4.6 หรือ GPT-5.4 ก็สามารถเขียนโค้ดจนใช้งานได้สำเร็จ!
คลิกเพื่อดูรูปภาพแชทกับ AI (View More)
สร้างบอร์ดจริง และผลลัพธ์ที่ได้! (Hardware Design & Results)
เมื่อระบบทำงานได้ เขาจึงออกแบบแผ่น PCB ผ่านโปรแกรม KiCad โดยใช้ชิป RP2040 ฝังลงไป พร้อมทำขาสปริงสำหรับประกบเข้ากับตัวฮาร์ดดิสก์จิ๋วได้พอดี
ผลลัพธ์ความเร็ว: เมื่อปรับตั้งค่า Clock ไว้ที่ 10 MHz ตัวบอร์ดสามารถอ่าน/เขียนข้อมูลได้ แม้จะช้าไปหน่อยสำหรับมาตรฐานยุคนี้ แต่มันก็มากพอที่จะเอาไปเสียบอ่านไฟล์กับคอมพิวเตอร์ปัจจุบันได้แล้วครับ!
คลิกเพื่อดูรูปโมเดลบอร์ด PCB และความเร็วที่เทสต์ได้ (View More)
สรุป: โปรเจกต์นี้แสดงให้เห็นถึงความสนุกของการทำ Reverse Engineering ฮาร์ดแวร์เก่าๆ โดยใช้บอร์ดไมโครคอนโทรลเลอร์ราคาประหยัดอย่าง Raspberry Pi Pico และยังพิสูจน์ให้เห็นว่า AI สามารถเป็นผู้ช่วยเขียนโค้ดที่ยอดเยี่ยมได้ (แม้จะต้องคอยตรวจสอบมันอยู่บ้างก็ตาม) ใครสนใจสามารถเข้าไปโหลดไฟล์โปรเจกต์ทั้งหมดได้ที่ GitHub ของผู้พัฒนาเลยครับ!
อยากได้บอร์ด Raspberry Pi สำหรับโปรเจกต์ Reverse Engineering แบบนี้บ้างไหม?
คำเตือน: เนื้อหานี้เป็นการสรุปและเรียบเรียงจากบทความต้นฉบับภาษาอังกฤษ ข้อมูลฉบับภาษาไทยอาจมีความคลาดเคลื่อนบางประการจากการตีความหรือย่อเนื้อหา