ทุกวันที่เราแตะบัตร RFID เพื่อเข้าประตู สำนัก หรือตึก เรากำลังมีการสื่อสารไร้สาย 125 kHz เกิดขึ้นในพื้นที่เพียงไม่กี่นิ้ว ซ่อนเร้นภายในเทคโนโลยีเล็กน้อย บทความนี้จะพาคุณสำรวจชั้นลึกของการ์ด RFID และเครื่องมือ Open Source ที่ช่วยให้เราเข้าใจระบบการเข้าออกของบ้านและสำนักงาน
เทคโนโลยี RFID คืออะไร เหตุใดจึงอยู่ทั่วไป
RFID ย่อมาจาก Radio-Frequency Identification ซึ่งแปลตรงตัวว่า "การระบุตัวตนโดยใช้คลื่นวิทยุ" นี่คือระบบสื่อสารไร้สายที่อาศัยการส่งสัญญาณเพื่อระบุตัวตนของสิ่งของ
ลองนึกภาพว่า เมื่อคุณแตะการ์ดเข้าประตู เกิดเหตุการณ์เบื้องหลังอะไรขึ้นมา:
- อ่านเนื้อหา - อุปกรณ์อ่าน RFID ส่งคลื่นวิทยุออกมา
- การ์ดปลุก - คลื่นนี้ปลุกเร้าชิปที่นอนหลับในการ์ดของคุณ
- การตอบกลับ - การ์ดส่งหมายเลขประจำตัวหรือรหัสลับกลับมา
- ตรวจสอบ - ระบบตรวจสอบว่ารหัสถูกต้องหรือไม่
- เปิดประตู - ถ้าผ่านการตรวจสอบ ประตูจะปลดล็อค
ระบบนี้ใช้ความถี่ 125 kHz (Low Frequency) หรือ 13.56 MHz (High Frequency) ขึ้นอยู่กับประเภทของการ์ด แต่ส่วนใหญ่ที่เห็นในไทยคือระบบ LF 125 kHz
ปฏิกิริยา RFID - การอ่านและการตอบกลับของการ์ด
ชิป HiTag ที่ซ่อนอยู่ในการ์ดของคุณ
อุปกรณ์ที่ใช้ในการ์ด RFID ส่วนใหญ่ในโครงสร้างพื้นฐานของเราคือชิป HiTag ซึ่งผลิตโดย NXP (เดิมคือ Philips) ชิปตัวนี้ขนาดเล็ก แต่มีชีวิตที่ยาวนาน และใช้งานได้อย่างน่าเชื่อถือ
ชิป HiTag มีหลายตระกูล แต่ละรุ่นมีลักษณะเด่นและระดับการป้องกัน:
| รุ่นชิป | ระดับความปลอดภัย | ใช้งานทั่วไป |
|---|---|---|
| HiTag 1 | พื้นฐาน (รหัสคงที่) | การ์ดเข้าออก สำนัก |
| HiTag 2 | ปานกลาง (เข้ารหัส 48-bit) | ประตูบ้าน ชั้นเรียน |
| HiTag Pro (AES) | สูง (เข้ารหัส AES 128-bit) | โรงแรม สิ่งอำนวยความสะดวก |
| PCF7939MA | สูงมาก (AES + Rolling Code) | ระบบปลอดภัยระดับสูง |
ทำไมถึงต้องหลายระดับการป้องกัน
- HiTag 1 - ราคาถูก แต่อ่านได้ง่าย เหมาะสำหรับสถานที่ที่ไม่ต้องการความปลอดภัยสูง
- HiTag 2 - ดุลยพินิจที่ดี ระหว่างราคาและความปลอดภัย ใช้ทั่วไปในประเทศไทย
- HiTag Pro - เข้ารหัสด้วย AES ยากต่อการ "แฮก" โปรแกรมเฉพาะ
- PCF7939MA - ใช้ Rolling Code ทำให้รหัสเปลี่ยนทุกครั้ง ปลอดภัยที่สุด
ปัญหาที่ช่างแม่กุญแจและผู้บำรุงระบบเจอบ่อย
เมื่อลูกค้าต้องการการ์ดใหม่ ทำการ์ดหาย หรือต้องการบัตรพนักงานเพิ่มเติม ผู้เชี่ยวชาญจำเป็นต้องมีเครื่องมือในการ:
- อ่านข้อมูล - ดูว่าการ์ดเก่าใช้รหัสไหน มีหมายเลขประจำตัวอะไร
- โปรแกรมชิปใหม่ - ใส่ข้อมูลเดียวกันลงในการ์ดเปล่า
- ทำซ้ำการ์ด - คัดลอกข้อมูลทั้งหมด
- อัพเดตระบบ - เพิ่มการ์ดใหม่ในระบบปลดล็อค
เครื่องมือแบบเชิงพาณิชย์ที่มีให้ตอนนี้มีราคาแพง และหลายรุ่นถูกจำกัดการใช้งาน เครื่องมือ Open Source จึงเป็นทางออกที่ดี
HiTag Open Source Tool ช่วยแก้ปัญหา
HiTag Open Source Tool เป็นโปรเจกต์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกัน และช่างที่เกี่ยวข้องสามารถทำงานกับชิป RFID ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องมือราคาแพง
โปรเจกต์นี้ใช้บอร์ด Arduino ขนาดเล็ก เชื่อมต่อกับขดลวดเสาอากาศพิเศษ เพื่ออ่านและเขียนข้อมูลบนชิป RFID
ความสามารถหลักของเครื่องมือ
- อ่านข้อมูลจากชิป HiTag 1, 2, Pro และ PCF7939MA
- เขียนข้อมูลลงในการ์ด RFID เปล่า
- รีเซ็ตการ์ดกลับเป็นค่าโรงงาน
- ทำงานกับชิป AES Encrypted
- ทำการทดสอบและพัฒนาต่อยอด
- ไม่ต้องการการแนะนำลำไส้อีก
ชิ้นส่วนที่ต้องเตรียม
ในการสร้างเครื่องมือนี้ คุณต้องใช้ชิ้นส่วนเพียงไม่กี่อย่าง ซึ่งหาซื้อได้ง่ายทั่วไทย และราคาประหยัด:
- Arduino Nano หรือ Arduino Uno - บอร์ดควบคุมหลัก ราคาประมาณ 300-500 บาท
- ขดลวดเสาอากาศ - 125 kHz หรือ 134 kHz ราคาประมาณ 200-400 บาท
- ชิปขยายสัญญาณ - วงจรเพื่อให้สัญญาณแรงกว่า ราคาประมาณ 100-200 บาท
- สายจัมเปอร์ (Jumper) - สำหรับเชื่อมต่อ ราคาประมาณ 50 บาท
- คอมพิวเตอร์หรือแล็ปท็อป - สำหรับรันโปรแกรม
- การ์ด RFID ทดสอบ - เพื่อทดลองอ่านและเขียน
บอร์ด Arduino Nano - ตัวควบคุมที่มีขนาดเล็กและทรงพลัง
การเชื่อมต่อวงจร
การต่อวงจรนั้นไม่ซับซ้อน หลักการคือการเชื่อมต่อขดลวดเสาอากาศเข้ากับ Arduino ผ่านวงจรขยายสัญญาณ ตามแผนผังต่อไปนี้:
แผนผังการต่อขา (Pinout) ของวงจร - เชื่อมต่อสายตามที่แสดง
Connector - จุดเชื่อมต่อกับการ์ด RFID
การเชื่อมต่อสายไฟเข้ากับบอร์ด Arduino
การต่อสายสำหรับทำงานกับชิป PCF Series
การปรับแต่งและดัดแปลง
เมื่อต่อวงจรพื้นฐานเสร็จแล้ว อาจต้องปรับแต่งเพิ่มเติมเพื่อให้ทำงานได้ดีขึ้น เช่น เพิ่มตัวเก็บประจุ หรือปรับค่าความต้านทาน
การปรับแต่งวงจร - เพื่อให้สัญญาณมีคุณภาพดีขึ้น
โปรแกรมควบคุมและการใช้งาน
เมื่อต่อวงจรเสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการอัพโหลดโปรแกรมลงใน Arduino และใช้งานผ่านโปรแกรมบนคอมพิวเตอร์
หน้าจอโปรแกรมจะแสดงข้อมูลต่างๆ ของการ์ด เช่น:
- Serial Number - หมายเลขประจำตัวของการ์ด
- Configuration - การตั้งค่าต่างๆ ของชิป
- Memory Pages - ข้อมูลที่เก็บในหน่วยความจำ
- Secret Key - รหัสลับที่ใช้ยืนยันตัวตน
หน้าจอโปรแกรมแสดงข้อมูลที่อ่านได้จากชิป
หน้าจอการตั้งค่า - เลือกประเภทชิปและตัวเลือกอื่นๆ
ตัวอย่างการอ่านชิป HiTag2
เมื่อนำการ์ด HiTag2 มาวางบนขดลวดเสาอากาศ โปรแกรมจะอ่านข้อมูลทั้งหมดและแสดงผลทันที เช่น หมายเลขประจำตัว รหัสลับ และข้อมูลอื่นๆ
ผลการอ่านข้อมูลจากชิป HiTag2 แสดงรายละเอียดทั้งหมด
รายละเอียดข้อมูลที่ได้ - สามารถใช้ในการทำชิปใหม่
การรีเซ็ตชิป HiTag2 กลับเป็นค่าโรงงาน
หนึ่งในข้อดีของเครื่องมือนี้คือการรีเซ็ตชิปที่ถูกใช้งานแล้วกลับเป็นค่าโรงงาน ทำให้สามารถนำการ์ดเดิมมาใช้ซ้ำได้
วิดีโอสาธิต - การรีเซ็ตชิป HiTag2 กลับเป็นค่าโรงงาน
ทำงานกับชิป HiTag AES (ความปลอดภัยระดับสูง)
ชิป HiTag รุ่นใหม่ใช้การเข้ารหัสแบบ AES (Advanced Encryption Standard) ซึ่งเป็นมาตรฐานการเข้ารหัสระดับ "ทหาร" มีความปลอดภัยสูงมาก
เครื่องมือนี้สามารถทำงานกับชิป HiTag AES ได้ในระดับต่างๆ แม้จะมีความเสี่ยง
หน้าจอการตั้งค่า - สำหรับทำงานกับชิป HiTag AES
วิดีโอสาธิต - การทำงานกับชิป HiTag AES Encrypted
วิดีโอสาธิต - โหมดเข้ารหัส AES ของชิป HiTag
ทำงานกับชิป PCF7939MA (ปลอดภัยที่สุด)
PCF7939MA เป็นชิปรุ่นใหม่ที่ใช้ในระบบเข้าออกระดับสูง ชิปนี้มีความซับซ้อนมากขึ้นเพราะใช้ทั้งการเข้ารหัส AES และระบบ Rolling Code ที่เปลี่ยนรหัสทุกครั้ง
การอ่านข้อมูลจากชิป PCF7939MA - ชิปรุ่นใหม่ที่ปลอดภัยกว่า
รายละเอียดข้อมูลชิป PCF7939MA
วิดีโอสาธิต - การ Initialize ชิป PCF7939MA ในโหมด AES
การใช้งาน VVDI Super Chip
VVDI Super Chip เป็นชิปอเนกประสงค์ที่สามารถจำลองเป็นชิปหลายรุ่นได้ เครื่องมือนี้สามารถทำงานร่วมกับ VVDI Super Chip ได้เช่นกัน
วิดีโอสาธิต - การใช้งาน VVDI Super Chip ร่วมกับเครื่องมือ
ตัวอย่างการใช้งานจริง
ในทางปฏิบัติ เครื่องมือนี้ถูกนำไปใช้ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ เช่น ทำการ์ดสำรอง อัพเดตระบบเข้าออก หรือทดสอบความปลอดภัยของระบบ
ตัวอย่าง - การวิเคราะห์ข้อมูลจากการ์ด RFID จริง
ผลการวิเคราะห์ - ข้อมูลที่ได้จากการอ่านการ์ดจริง
ข้อควรระวัง และใช้งานอย่างรับผิดชอบ
คำเตือนสำคัญ
- เครื่องมือนี้ควรใช้เฉพาะกับการ์ดและระบบที่คุณเป็นเจ้าของ หรือได้รับอนุญาตอย่างชัดเจน
- การใช้งานเพื่อทำการกระทำที่ผิดกฎหมายอาจมีโทษทางอาญา
- ศึกษาทำความเข้าใจเนื้อหาการใช้งานก่อนลงมือทำจริง
- สำรองข้อมูลการ์ดเดิมก่อนทำการเปลี่ยนแปลงใดๆ
เคล็ดลับสำหรับผู้เริ่มต้น
- เริ่มต้นด้วยการ์ดทดลองเปล่า ไม่ใช้การ์ดจริง
- ศึกษาวิดีโอและเอกสารสอนให้เข้าใจก่อนลงมือ
- ตรวจสอบการเชื่อมต่อวงจรให้ดี ก่อนเปิดใช้งาน
- หากไม่แน่ใจ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือลองค้นหาอนุกรมสูตรออนไลน์
สรุป
HiTag Open Source Tool เป็นตัวอย่างที่ดีของการนำเทคโนโลยี Open Source มาช่วยเหลืองานในชีวิตประจำวัน ทำให้ผู้ที่สนใจสามารถเรียนรู้และทำงานกับระบบ RFID ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องมือแพงๆ
สำหรับผู้ประกอบการหรือผู้บำรุงระบบเข้าออก เครื่องมือนี้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและยืดชีวิตการ์ด RFID ที่มีอยู่แล้ว ขณะที่ยังคงรักษาความปลอดภัยของระบบไว้
สนใจอุปกรณ์ RFID และเครื่องมือช่างกุญแจ
เรามีอุปกรณ์คุณภาพสำหรับงานติดตั้งและบำรุงรักษาระบบ
ดูสินค้าที่เกี่ยวข้อง