Approved Reseller of Raspberry Pi

RFID แตะบัตรผ่านประตูทุกวัน แต่เคยสงสัยไหมว่ามันสื่อสารกันยังไง

ทุกวันที่เราแตะบัตร RFID เพื่อเข้าประตู สำนัก หรือตึก เรากำลังมีการสื่อสารไร้สาย 125 kHz เกิดขึ้นในพื้นที่เพียงไม่กี่นิ้ว ซ่อนเร้นภายในเทคโนโลยีเล็กน้อย บทความนี้จะพาคุณสำรวจชั้นลึกของการ์ด RFID และเครื่องมือ Open Source ที่ช่วยให้เราเข้าใจระบบการเข้าออกของบ้านและสำนักงาน

เทคโนโลยี RFID คืออะไร เหตุใดจึงอยู่ทั่วไป

RFID ย่อมาจาก Radio-Frequency Identification ซึ่งแปลตรงตัวว่า "การระบุตัวตนโดยใช้คลื่นวิทยุ" นี่คือระบบสื่อสารไร้สายที่อาศัยการส่งสัญญาณเพื่อระบุตัวตนของสิ่งของ

ลองนึกภาพว่า เมื่อคุณแตะการ์ดเข้าประตู เกิดเหตุการณ์เบื้องหลังอะไรขึ้นมา:

  1. อ่านเนื้อหา - อุปกรณ์อ่าน RFID ส่งคลื่นวิทยุออกมา
  2. การ์ดปลุก - คลื่นนี้ปลุกเร้าชิปที่นอนหลับในการ์ดของคุณ
  3. การตอบกลับ - การ์ดส่งหมายเลขประจำตัวหรือรหัสลับกลับมา
  4. ตรวจสอบ - ระบบตรวจสอบว่ารหัสถูกต้องหรือไม่
  5. เปิดประตู - ถ้าผ่านการตรวจสอบ ประตูจะปลดล็อค

ระบบนี้ใช้ความถี่ 125 kHz (Low Frequency) หรือ 13.56 MHz (High Frequency) ขึ้นอยู่กับประเภทของการ์ด แต่ส่วนใหญ่ที่เห็นในไทยคือระบบ LF 125 kHz

ภาพแสดงระบบ RFID ทำงาน

ปฏิกิริยา RFID - การอ่านและการตอบกลับของการ์ด

ชิป HiTag ที่ซ่อนอยู่ในการ์ดของคุณ

อุปกรณ์ที่ใช้ในการ์ด RFID ส่วนใหญ่ในโครงสร้างพื้นฐานของเราคือชิป HiTag ซึ่งผลิตโดย NXP (เดิมคือ Philips) ชิปตัวนี้ขนาดเล็ก แต่มีชีวิตที่ยาวนาน และใช้งานได้อย่างน่าเชื่อถือ

ชิป HiTag มีหลายตระกูล แต่ละรุ่นมีลักษณะเด่นและระดับการป้องกัน:

รุ่นชิป ระดับความปลอดภัย ใช้งานทั่วไป
HiTag 1 พื้นฐาน (รหัสคงที่) การ์ดเข้าออก สำนัก
HiTag 2 ปานกลาง (เข้ารหัส 48-bit) ประตูบ้าน ชั้นเรียน
HiTag Pro (AES) สูง (เข้ารหัส AES 128-bit) โรงแรม สิ่งอำนวยความสะดวก
PCF7939MA สูงมาก (AES + Rolling Code) ระบบปลอดภัยระดับสูง

ทำไมถึงต้องหลายระดับการป้องกัน

  • HiTag 1 - ราคาถูก แต่อ่านได้ง่าย เหมาะสำหรับสถานที่ที่ไม่ต้องการความปลอดภัยสูง
  • HiTag 2 - ดุลยพินิจที่ดี ระหว่างราคาและความปลอดภัย ใช้ทั่วไปในประเทศไทย
  • HiTag Pro - เข้ารหัสด้วย AES ยากต่อการ "แฮก" โปรแกรมเฉพาะ
  • PCF7939MA - ใช้ Rolling Code ทำให้รหัสเปลี่ยนทุกครั้ง ปลอดภัยที่สุด

ปัญหาที่ช่างแม่กุญแจและผู้บำรุงระบบเจอบ่อย

เมื่อลูกค้าต้องการการ์ดใหม่ ทำการ์ดหาย หรือต้องการบัตรพนักงานเพิ่มเติม ผู้เชี่ยวชาญจำเป็นต้องมีเครื่องมือในการ:

  1. อ่านข้อมูล - ดูว่าการ์ดเก่าใช้รหัสไหน มีหมายเลขประจำตัวอะไร
  2. โปรแกรมชิปใหม่ - ใส่ข้อมูลเดียวกันลงในการ์ดเปล่า
  3. ทำซ้ำการ์ด - คัดลอกข้อมูลทั้งหมด
  4. อัพเดตระบบ - เพิ่มการ์ดใหม่ในระบบปลดล็อค

เครื่องมือแบบเชิงพาณิชย์ที่มีให้ตอนนี้มีราคาแพง และหลายรุ่นถูกจำกัดการใช้งาน เครื่องมือ Open Source จึงเป็นทางออกที่ดี

HiTag Open Source Tool ช่วยแก้ปัญหา

HiTag Open Source Tool เป็นโปรเจกต์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกัน และช่างที่เกี่ยวข้องสามารถทำงานกับชิป RFID ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องมือราคาแพง

โปรเจกต์นี้ใช้บอร์ด Arduino ขนาดเล็ก เชื่อมต่อกับขดลวดเสาอากาศพิเศษ เพื่ออ่านและเขียนข้อมูลบนชิป RFID

ความสามารถหลักของเครื่องมือ

  • อ่านข้อมูลจากชิป HiTag 1, 2, Pro และ PCF7939MA
  • เขียนข้อมูลลงในการ์ด RFID เปล่า
  • รีเซ็ตการ์ดกลับเป็นค่าโรงงาน
  • ทำงานกับชิป AES Encrypted
  • ทำการทดสอบและพัฒนาต่อยอด
  • ไม่ต้องการการแนะนำลำไส้อีก

ชิ้นส่วนที่ต้องเตรียม

ในการสร้างเครื่องมือนี้ คุณต้องใช้ชิ้นส่วนเพียงไม่กี่อย่าง ซึ่งหาซื้อได้ง่ายทั่วไทย และราคาประหยัด:

  1. Arduino Nano หรือ Arduino Uno - บอร์ดควบคุมหลัก ราคาประมาณ 300-500 บาท
  2. ขดลวดเสาอากาศ - 125 kHz หรือ 134 kHz ราคาประมาณ 200-400 บาท
  3. ชิปขยายสัญญาณ - วงจรเพื่อให้สัญญาณแรงกว่า ราคาประมาณ 100-200 บาท
  4. สายจัมเปอร์ (Jumper) - สำหรับเชื่อมต่อ ราคาประมาณ 50 บาท
  5. คอมพิวเตอร์หรือแล็ปท็อป - สำหรับรันโปรแกรม
  6. การ์ด RFID ทดสอบ - เพื่อทดลองอ่านและเขียน
บอร์ด Arduino Nano

บอร์ด Arduino Nano - ตัวควบคุมที่มีขนาดเล็กและทรงพลัง

การเชื่อมต่อวงจร

การต่อวงจรนั้นไม่ซับซ้อน หลักการคือการเชื่อมต่อขดลวดเสาอากาศเข้ากับ Arduino ผ่านวงจรขยายสัญญาณ ตามแผนผังต่อไปนี้:

แผนผังการต่อขาของวงจร

แผนผังการต่อขา (Pinout) ของวงจร - เชื่อมต่อสายตามที่แสดง

Connector สำหรับการ์ด RFID

Connector - จุดเชื่อมต่อกับการ์ด RFID

การเชื่อมต่อสายไฟเข้ากับ Arduino

การเชื่อมต่อสายไฟเข้ากับบอร์ด Arduino

การต่อสายสำหรับชิป PCF

การต่อสายสำหรับทำงานกับชิป PCF Series

การปรับแต่งและดัดแปลง

เมื่อต่อวงจรพื้นฐานเสร็จแล้ว อาจต้องปรับแต่งเพิ่มเติมเพื่อให้ทำงานได้ดีขึ้น เช่น เพิ่มตัวเก็บประจุ หรือปรับค่าความต้านทาน

การปรับแต่งวงจรเพิ่มเติม

การปรับแต่งวงจร - เพื่อให้สัญญาณมีคุณภาพดีขึ้น

โปรแกรมควบคุมและการใช้งาน

เมื่อต่อวงจรเสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการอัพโหลดโปรแกรมลงใน Arduino และใช้งานผ่านโปรแกรมบนคอมพิวเตอร์

หน้าจอโปรแกรมจะแสดงข้อมูลต่างๆ ของการ์ด เช่น:

  • Serial Number - หมายเลขประจำตัวของการ์ด
  • Configuration - การตั้งค่าต่างๆ ของชิป
  • Memory Pages - ข้อมูลที่เก็บในหน่วยความจำ
  • Secret Key - รหัสลับที่ใช้ยืนยันตัวตน
หน้าจอโปรแกรม

หน้าจอโปรแกรมแสดงข้อมูลที่อ่านได้จากชิป

หน้าจอการตั้งค่า

หน้าจอการตั้งค่า - เลือกประเภทชิปและตัวเลือกอื่นๆ

ตัวอย่างการอ่านชิป HiTag2

เมื่อนำการ์ด HiTag2 มาวางบนขดลวดเสาอากาศ โปรแกรมจะอ่านข้อมูลทั้งหมดและแสดงผลทันที เช่น หมายเลขประจำตัว รหัสลับ และข้อมูลอื่นๆ

ผลการอ่านชิป HiTag2

ผลการอ่านข้อมูลจากชิป HiTag2 แสดงรายละเอียดทั้งหมด

รายละเอียดข้อมูลชิป

รายละเอียดข้อมูลที่ได้ - สามารถใช้ในการทำชิปใหม่


การรีเซ็ตชิป HiTag2 กลับเป็นค่าโรงงาน

หนึ่งในข้อดีของเครื่องมือนี้คือการรีเซ็ตชิปที่ถูกใช้งานแล้วกลับเป็นค่าโรงงาน ทำให้สามารถนำการ์ดเดิมมาใช้ซ้ำได้

วิดีโอสาธิต - การรีเซ็ตชิป HiTag2 กลับเป็นค่าโรงงาน

ทำงานกับชิป HiTag AES (ความปลอดภัยระดับสูง)

ชิป HiTag รุ่นใหม่ใช้การเข้ารหัสแบบ AES (Advanced Encryption Standard) ซึ่งเป็นมาตรฐานการเข้ารหัสระดับ "ทหาร" มีความปลอดภัยสูงมาก

เครื่องมือนี้สามารถทำงานกับชิป HiTag AES ได้ในระดับต่างๆ แม้จะมีความเสี่ยง

การตั้งค่าสำหรับ HiTag AES

หน้าจอการตั้งค่า - สำหรับทำงานกับชิป HiTag AES

วิดีโอสาธิต - การทำงานกับชิป HiTag AES Encrypted

วิดีโอสาธิต - โหมดเข้ารหัส AES ของชิป HiTag

ทำงานกับชิป PCF7939MA (ปลอดภัยที่สุด)

PCF7939MA เป็นชิปรุ่นใหม่ที่ใช้ในระบบเข้าออกระดับสูง ชิปนี้มีความซับซ้อนมากขึ้นเพราะใช้ทั้งการเข้ารหัส AES และระบบ Rolling Code ที่เปลี่ยนรหัสทุกครั้ง

การอ่านข้อมูลชิป PCF7939MA

การอ่านข้อมูลจากชิป PCF7939MA - ชิปรุ่นใหม่ที่ปลอดภัยกว่า

รายละเอียดชิป PCF7939MA

รายละเอียดข้อมูลชิป PCF7939MA

วิดีโอสาธิต - การ Initialize ชิป PCF7939MA ในโหมด AES

การใช้งาน VVDI Super Chip

VVDI Super Chip เป็นชิปอเนกประสงค์ที่สามารถจำลองเป็นชิปหลายรุ่นได้ เครื่องมือนี้สามารถทำงานร่วมกับ VVDI Super Chip ได้เช่นกัน

วิดีโอสาธิต - การใช้งาน VVDI Super Chip ร่วมกับเครื่องมือ

ตัวอย่างการใช้งานจริง

ในทางปฏิบัติ เครื่องมือนี้ถูกนำไปใช้ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ เช่น ทำการ์ดสำรอง อัพเดตระบบเข้าออก หรือทดสอบความปลอดภัยของระบบ

ตัวอย่างการใช้งาน

ตัวอย่าง - การวิเคราะห์ข้อมูลจากการ์ด RFID จริง

ผลการวิเคราะห์

ผลการวิเคราะห์ - ข้อมูลที่ได้จากการอ่านการ์ดจริง


ข้อควรระวัง และใช้งานอย่างรับผิดชอบ

คำเตือนสำคัญ

  • เครื่องมือนี้ควรใช้เฉพาะกับการ์ดและระบบที่คุณเป็นเจ้าของ หรือได้รับอนุญาตอย่างชัดเจน
  • การใช้งานเพื่อทำการกระทำที่ผิดกฎหมายอาจมีโทษทางอาญา
  • ศึกษาทำความเข้าใจเนื้อหาการใช้งานก่อนลงมือทำจริง
  • สำรองข้อมูลการ์ดเดิมก่อนทำการเปลี่ยนแปลงใดๆ

เคล็ดลับสำหรับผู้เริ่มต้น

  • เริ่มต้นด้วยการ์ดทดลองเปล่า ไม่ใช้การ์ดจริง
  • ศึกษาวิดีโอและเอกสารสอนให้เข้าใจก่อนลงมือ
  • ตรวจสอบการเชื่อมต่อวงจรให้ดี ก่อนเปิดใช้งาน
  • หากไม่แน่ใจ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือลองค้นหาอนุกรมสูตรออนไลน์

สรุป

HiTag Open Source Tool เป็นตัวอย่างที่ดีของการนำเทคโนโลยี Open Source มาช่วยเหลืองานในชีวิตประจำวัน ทำให้ผู้ที่สนใจสามารถเรียนรู้และทำงานกับระบบ RFID ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องมือแพงๆ

สำหรับผู้ประกอบการหรือผู้บำรุงระบบเข้าออก เครื่องมือนี้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและยืดชีวิตการ์ด RFID ที่มีอยู่แล้ว ขณะที่ยังคงรักษาความปลอดภัยของระบบไว้

สนใจอุปกรณ์ RFID และเครื่องมือช่างกุญแจ

เรามีอุปกรณ์คุณภาพสำหรับงานติดตั้งและบำรุงรักษาระบบ

ดูสินค้าที่เกี่ยวข้อง

แท็ก


Blog posts

© 2026 บริษัท โกลบอลโทรนิค อินเตอร์เทรด จํากัด, ขับเคลื่อนโดย Shopify

    • PayPal

    เข้าสู่ระบบ

    ลืมรหัสผ่านใช่ไหม?

    ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม?
    สร้างบัญชี