RP2350 ทำ 1080p30 ได้ยังไง ทั้งที่ RAM มีแค่ 520 KB?

Microcontroller ตัวเล็กอย่าง RP2350 จะส่งภาพ Full HD ไปยังจอได้จริงหรือ? Aaron Gayle แสดงให้เห็นว่าทำได้ ด้วย Raspberry Pi Pico 2 W ที่สร้างสัญญาณ 1920×1080 ที่ 30 Hz ผ่าน DVI โดยไม่มี Full Framebuffer และไม่มีชิป Video ภายนอก

แต่เบื้องหลังไม่ได้มีแค่การ Overclock ให้แรงขึ้นแล้วจบ เพราะภาพ 1080p แบบ 24-bit หนึ่ง Frame ใช้หน่วยความจำเกือบ 6 MB ขณะที่ RP2350 มี SRAM เพียง 520 KB ทีมจึงต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ตั้งแต่การเก็บภาพ การ Rasterize ไปจนถึงการส่งข้อมูลออกจาก HSTX แบบทีละ Scanline

ชิป RP2350 ของ Raspberry Pi ที่ถูกใช้ในโปรเจกต์สร้าง DVI 1080p30
RP2350 เป็น Microcontroller ที่อยู่เบื้องหลังการทดลองส่งภาพ 1080p30 ของ TV-Top ภาพต้นฉบับจาก Raspberry Pi ตามเครดิตของ Hackaday ภายใต้ CC BY-SA 4.0
Key Takeaways
  • TV-Top Kiosk Firmware สามารถส่งภาพ 1920×1080 ที่ 30 Hz จาก Raspberry Pi Pico 2 W ได้
  • สีเป็นแบบ 8-bit ต่อ Channel ตามข้อมูลใน Repository
  • ระบบไม่มี Full Framebuffer เพราะ 1080p 24-bit หนึ่ง Frame ใหญ่เกือบ 6 MB แต่ RP2350 มี SRAM 520 KB
  • แต่ละ Scanline ถูกสร้างเป็น Run-length HSTX Command Stream ก่อนถึงเวลาส่งออกจริง
  • RP2350 ใช้ HSTX เพื่อสร้าง TMDS Stream สำหรับ DVI
  • Project Overclock System Clock ไปที่ 372 MHz และใช้ Core Voltage 1.30 V
  • 1080p ที่แสดงใน Project คือ 30, 25 และ 24 Hz ไม่ใช่ 1080p60
  • ESP32 ใน Configuration หนึ่งรับผิดชอบ Wi-Fi, IP Stack และ TLS ไม่ได้สร้าง Video

RP2350 ทำ 1080p ได้จริงแค่ไหน?

Repository ของ TV-Top ระบุว่า Raspberry Pi Pico 2 W ที่ใช้ RP2350 สามารถ Output ภาพ 1920×1080 ที่ 30 Hz และใช้สีแบบ Full 8-bit ต่อ Channel

นอกจาก 1080p30 แล้ว Firmware ยังมี Mode 1080p25 และ 1080p24 สำหรับ Display ที่รองรับ Timing ต่างกัน

Video Mode Output ข้อมูลจาก Repository
1080p30 1920×1080 ประมาณ 30 Hz CEA VIC 34
1080p25 1920×1080 ประมาณ 25 Hz CEA VIC 33
1080p24 1920×1080 ประมาณ 24 Hz CEA VIC 32
720p60 1280×720 ประมาณ 60 Hz เป็น Default Mode ของ RP2350 Build ใน Repository
คำว่า 1080p ต้องมี Refresh Rate กำกับ: Project นี้ไม่ได้แสดง 1920×1080 ที่ 60 Hz ดังนั้นการเขียนว่า “RP2350 ทำ 1080p60 ได้” จะเกินกว่าข้อมูลใน Source

ปัญหาแรก: Frame 1080p ใหญ่กว่า RAM หลายเท่า

ถ้าคิดแบบระบบกราฟิกทั่วไป เราอาจเริ่มจาก Framebuffer: จอง Memory หนึ่งก้อนเพื่อเก็บสีของ Pixel ทั้ง Frame แล้วค่อยส่งภาพนั้นออกไปยังจอ

แต่ Repository ระบุว่า Frame 1920×1080 แบบ 24-bit มีขนาดเกือบ 6 MB ขณะที่ RP2350 มี SRAM เพียง 520 KB

ต่อให้ไม่เอา RAM ไปใช้งานส่วนอื่นเลย Full Frame ก็ยังใหญ่เกินพื้นที่ที่มีอยู่หลายเท่า

ทางแก้ไม่ได้อยู่ที่การหา RAM เพิ่ม แต่เปลี่ยน Representation ของภาพ: TV-Top ไม่พยายามเก็บ Pixel ทุกจุดของทั้ง Frame แต่เก็บภาพในรูปแบบที่เหมาะกับ Board Game และ Vector Graphic แล้วค่อยสร้าง Pixel ที่ต้องใช้เมื่อใกล้ถึงเวลาส่ง Scanline นั้นจริง ๆ

ทางออก: ไม่เก็บทั้ง Frame แต่สร้างภาพทีละ Scanline

TV-Top ใช้สิ่งที่ Documentation เรียกว่า Line Pool โดยแต่ละ Scanline ไม่ได้เก็บเป็น Array สีของ Pixel ทุกจุด แต่เก็บเป็น Run-length Spans

แนวคิดง่าย ๆ คือ ถ้าเส้นหนึ่งมีพื้นที่สีเดียวกันต่อเนื่องจำนวนมาก แทนที่จะบันทึกค่าสีเดิมซ้ำหลายร้อยครั้ง ระบบสามารถเก็บประมาณว่า “สีนี้ยาวกี่ Pixel” แล้วค่อย Expand ตอนส่งภาพ

วิธีนี้เข้ากับภาพของ TV-Top เพราะ Game Board, Rectangle, Polygon, Text และพื้นที่สีเรียบ มักมี Pixel สีเดียวกันต่อเนื่องเป็นช่วงยาว

ไม่เพียงประหยัด RAM แต่ต้องสร้างเส้นให้ทันด้วย

ใน RP2350 Path แต่ละ Scanline ถูกสร้างเป็น HSTX Command Stream และ Core 1 ทำงานล่วงหน้าก่อนตำแหน่ง Scanout ปัจจุบัน

Repository ระบุว่า Core 1 สร้างเส้นล่วงหน้า 6 Scanlines หากเส้นใดสร้างไม่ทัน ระบบจะส่งเส้นสีดำและนับเป็น Missed Line ในข้อมูลสถิติ

Rendering Pipeline ของ TV-Top ทำงานอย่างไร?

ถ้ามองทั้งระบบ Flow ของงานนี้ไม่ได้เริ่มที่ Pixel แต่เริ่มจากข้อมูล Drawing และ Geometry

1. TV-Top Game Data
ระบบรับข้อมูล Frame และ Drawing Operations ของ Game Board
↓
2. Frame Decoder
Decode ข้อมูลและ Geometry ที่ต้องใช้ใน Frame
↓
3. Geometry Cache
Static Geometry ที่ใหญ่เกิน RAM สามารถเก็บไว้ใน Flash
↓
4. Rasterizer
แปลง Vector / Geometry เป็นพื้นที่ Pixel ในแต่ละ Band
↓
5. Run-length Line Pool
แต่ละ Scanline ถูกเก็บเป็นช่วงสีและความยาว แทน Full Framebuffer
↓
6. Core 1 + HSTX
Expand Scanline และสร้าง Stream ที่ต้องส่งออกไปยัง Display
↓
7. DVI / HDMI Display
จอรับ TMDS Stream และแสดงภาพ

อีกส่วนที่น่าสนใจคือ Geometry ขนาดใหญ่ไม่จำเป็นต้องกิน RAM ตลอดเวลา เพราะ Static Geometry สามารถถูก Decode แล้วเก็บเป็น Flash-resident Geometry Cache จากนั้น Renderer อ่าน Vertex จาก Flash เมื่อต้องใช้งาน

นี่ทำให้ Architecture แบ่งหน้าที่ของ SRAM และ Flash ตามชนิดข้อมูล แทนที่จะพยายามยัดทุกอย่างเข้า RAM

HSTX ทำให้ RP2350 ส่ง DVI ได้อย่างไร?

RP2350 มี Peripheral ที่ชื่อ HSTX ซึ่งเป็น Hardware Serializer ความเร็วสูง และใน Project นี้ถูกนำมาใช้สร้าง TMDS Stream สำหรับสัญญาณ DVI

Video Signal ถูกส่งออกผ่าน GPIO จำนวน 8 ขา ซึ่งจัดเป็น Differential Pair สำหรับข้อมูลสีและ Clock

Signal GPIO
D0 / Blue Pair GPIO12 / GPIO13
Clock Pair GPIO14 / GPIO15
D2 / Red Pair GPIO16 / GPIO17
D1 / Green Pair GPIO18 / GPIO19

แล้วทำไมต่อ HDMI ได้?

จุดนี้ควรแยกคำให้ชัด: Project สร้าง DVI/TMDS Video Signal แล้วต่อผ่าน Connector หรือ Breakout ที่เข้ากับจอ HDMI/DVI

จึงไม่ควรตีความว่า RP2350 มี HDMI Controller แบบเดียวกับ Computer หรือ Single-board Computer ที่มี HDMI Output โดยตรง

สั้น ๆ: HDMI Connector เป็นรูปแบบการเชื่อมต่อที่เห็นภายนอก แต่ Video Hack หลักของ Project นี้คือการสร้าง DVI/TMDS Stream จาก HSTX

372 MHz: ต้อง Overclock ถึงจะไปถึงจุดนี้

RP2350 ไม่ได้ทำ 1080p30 ใน Project นี้ด้วย Clock ปกติ Firmware ตั้ง System Clock ไปที่ 372 MHz และใช้ Core Regulator ที่ 1.30 V

ค่า 372 MHz สูงกว่าค่า System Clock สูงสุด 150 MHz ที่ Raspberry Pi ระบุสำหรับ RP2350 ใน Documentation อย่างมาก ดังนั้นต้องมองการตั้งค่านี้เป็น Experimental Overclock

Overclock Warning: 372 MHz ไม่ใช่ค่าการทำงานมาตรฐานที่ Raspberry Pi รับรองสำหรับ RP2350 และ Repository เองมีการจัดการเรื่อง Clock, Flash Timing, HSTX Margin และปัญหาที่เกิดขึ้นจากความถี่สูงโดยเฉพาะ จึงไม่ควรนำตัวเลขนี้ไปตีความว่า RP2350 ทุกตัวจะรับประกันการทำงานที่ 372 MHz

Documentation ยังระบุด้วยว่า HSTX ในงานนี้ทำงานในระดับ Data Rate ที่สูงกว่าค่า Rated ต่อ Pin และแนะนำให้ลด Video Mode ลงหาก Chip, Wiring หรือ Cable ไม่มี Margin เพียงพอ

ทำไมเป็น 1080p30 ไม่ใช่ 1080p60?

ความละเอียดเพียงอย่างเดียวไม่ได้บอก Bandwidth ที่ต้องใช้ทั้งหมด Refresh Rate ก็มีผลโดยตรงกับ Pixel Clock และ Link Rate

Hardware Documentation ของ TV-Top ระบุว่า 1080p60 ต้องการ Pixel Clock 148.5 MHz ซึ่งสูงกว่าขอบเขตที่ Project นี้ใช้กับ HSTX

ในทางกลับกัน 1080p ที่ 24–30 Hz สามารถใช้ Pixel Clock ระดับประมาณ 74.25 MHz ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับ Link Requirement ของ 720p60

สำหรับ TV-Top นี่เป็น Trade-off ที่ยอมรับได้ เพราะหน้าจอ Board Game ไม่ได้เปลี่ยนภาพแบบ Action Game ทุก Frame Repository ระบุว่า Kiosk จะ Redraw เมื่อ Game State เปลี่ยน

Engineering Trade-off: Project ไม่ได้พยายามไล่ Refresh Rate สูงที่สุด แต่เลือกระดับที่เหมาะกับ Application เพื่อแลกกับการได้ Spatial Resolution 1920×1080

แล้ว ESP32 ทำอะไรอยู่ใน Project?

ภาพ Bring-up Rig ของ Project มีทั้ง Pico 2 W และ ESP32-C3 จึงอาจทำให้เข้าใจว่า ESP32 ช่วยสร้าง Video ด้วย แต่จริง ๆ แล้วหน้าที่ถูกแยกออกจากกันชัดเจน

ใน Configuration ที่ใช้ External Modem RP2350 ยังคงรับผิดชอบ Video และ Rendering ขณะที่ ESP32 รับผิดชอบงานอย่าง:

  • Wi-Fi
  • IP Stack
  • TLS
  • Networking ที่เกี่ยวข้องกับ Kiosk

ทั้งสองฝั่งสื่อสารกันผ่าน UART วิธีนี้ช่วยย้ายงาน Network และ Memory Pressure บางส่วนออกจาก RP2350 เพื่อให้ทรัพยากรฝั่ง Kiosk เหลือสำหรับ Renderer มากขึ้น

ชุดทดสอบ TV-Top ใช้ Raspberry Pi Pico 2 W ต่อกับ ESP32-C3 และ HSTX DVI breakout
Bring-up Rig ของ Option 2: Pico 2 W ทำงานด้าน Rendering และ Video ขณะที่ ESP32-C3 ถูกใช้เป็น Modem สำหรับงาน Network
อย่าสรุปว่า ESP32 ช่วย Render 1080p: 1080p Video Path อยู่ฝั่ง RP2350 ส่วน ESP32 ใน Configuration นี้ทำงานด้าน Network

ปัญหาที่คาดไม่ถึง: DVI Clock รบกวน Wi-Fi ได้ด้วย

เมื่อ Hardware ทำงานที่ความถี่สูง ปัญหาไม่ได้จบอยู่แค่ CPU หรือ Memory แต่สัญญาณความถี่สูงสามารถส่งผลกับระบบ Radio ที่อยู่ใกล้กันได้

Documentation ของ Project ระบุว่า TMDS Clock สามารถสร้าง Harmonic ที่เข้าไปรบกวนย่าน 2.4 GHz Wi-Fi และระหว่างการพัฒนาพบอาการ Wi-Fi Stall ภายใต้บาง Clock Configuration

วิธีที่ Firmware ใช้คือเลือก System Clock ให้สัมพันธ์กับ Wi-Fi Channel เพื่อขยับ Harmonic ออกจากความถี่ Channel ที่กำลังใช้งาน แทนที่จะใช้ Clock ค่าเดียวกับทุกสถานการณ์

นี่คือจุดที่ Project ลึกกว่า “Overclock ให้แรงขึ้น”: เมื่อ Digital Signal เร็วขึ้น Signal Integrity และ RF Interaction สามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Software / Hardware Design ได้ด้วย

Hardware ที่ใช้ทำ Demo มีอะไรบ้าง?

README ระบุว่าไม่จำเป็นต้องมี Custom Hardware เพื่อทดลองแนวคิดพื้นฐาน โดย Build สามารถใช้ Raspberry Pi Pico 2 W ร่วมกับวิธีนำ GPIO สำหรับ DVI ออกไปยัง Connector และ Display

Hardware Role
Raspberry Pi Pico 2 W ใช้ RP2350 สำหรับ Rendering และ Video Output
HSTX / DVI Breakout นำ Differential Pairs จาก GPIO ไปยัง DVI/HDMI Connection
Display รับ Video Signal ที่ Kiosk สร้างขึ้น
ESP32-C3 DevKitM-1 ใช้เป็น Network Modem ใน Option 2
Wiring Quality มีผล: Repository เตือนว่า 1080p ต้องการ Connection ที่สั้นและจัด Differential Pair ให้เหมาะสม Jumper Wire แบบ Breadboard อาจใช้กับ Mode ต่ำกว่าได้ง่ายกว่า แต่ไม่ควรสมมติว่า Wiring แบบใดก็สามารถรับ Data Rate ของ 1080p ได้เหมือนกัน

TV-Top เอา 1080p นี้ไปใช้ทำอะไรจริง?

Video Hack นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อทำ Demo Test Pattern อย่างเดียว แต่เป็นส่วนหนึ่งของ Project ชื่อ TV-Top

แนวคิดของ TV-Top คือใช้ Television เป็น Game Board ขณะที่ผู้เล่นแต่ละคนโต้ตอบกับเกมผ่านโทรศัพท์ของตัวเอง Kiosk จึงต้องรับข้อมูล Game State แล้ว Render Board ออกไปยัง TV

TV-Top game board แสดงบนโทรทัศน์ด้วย Raspberry Pi Pico 2 W
TV-Top Kiosk แสดง Game Board บนโทรทัศน์ ซึ่งเป็น Use Case จริงที่ผลักให้ Project ต้องรีด Resolution และ Memory Architecture จาก RP2350

Use Case แบบนี้อธิบายได้ว่าทำไม 1080p30 จึงสมเหตุสมผล: Board Game ต้องการความคมของ Text และ Geometry มากกว่าการ Render ภาพเคลื่อนไหว 60 Frame ต่อวินาทีตลอดเวลา

อยากลอง Build เองต้องรู้อะไร?

Repository มี Build Instructions และ Source Code จริง ดังนั้นหากต้องการทดลองควรใช้ GitHub ต้นฉบับควบคู่กับบทความนี้ เพราะ Configuration และข้อจำกัดสามารถเปลี่ยนได้ตาม Revision ของ Firmware

สำหรับ Configuration ที่ใช้ ESP32 เป็น Modem Repository มีคำสั่ง Build สำหรับ Pico 2 W และ 1080p30 โดยตรง

Official 1080p30 Build Command — ESP32 Modem Option
cmake -S . -B build-modem -G Ninja -DPICO_BOARD=pico2_w -DKIOSK_MODEM=ON -DKIOSK_VIDEO_MODE=1080p30
ninja -C build-modem && picotool load -f build-modem/tvtop_kiosk.uf2
คำสั่งนี้มาจาก Repository ไม่ใช่สูตร Generic สำหรับ RP2350: ต้องเตรียม Toolchain, Pico SDK และ Firmware ฝั่ง ESP32 ตาม Documentation ของ Project รวมถึงตรวจสอบ Hardware Wiring และ Revision ให้ตรงกับ Source ปัจจุบันก่อน Build

README ยังมี Configuration ที่ใช้ Wi-Fi บน Pico 2 W เอง แต่ระบุว่า 1080p พร้อม TLS เป็น Configuration ที่ Memory ตึงมาก และ Build ได้แต่ยังไม่ได้ทดสอบบน Hardware ในสถานะที่ Documentation ระบุ

ดังนั้นถ้าต้องการทำตาม Project จริง ควรอ่าน README, HARDWARE.md, BUILD.md และ MODEM.md จาก Repository ต้นฉบับควบคู่กัน

เปิด Repository TV-Top Kiosk Firmware บน GitHub

Maker ได้อะไรจากงานนี้?

1. ถ้า Memory ไม่พอ อาจต้องเปลี่ยน Data Representation

ปัญหา Full Framebuffer ใหญ่เกิน RAM ไม่ได้ถูกแก้ด้วยการพยายามบีบ Framebuffer เดิมให้เล็กลงอย่างเดียว แต่เปลี่ยน Representation ไปใช้ Run-length Scanline ที่เหมาะกับชนิดภาพของ Application

2. Peripheral สำคัญพอ ๆ กับ Clock Speed

372 MHz ช่วยเรื่อง Timing แต่ HSTX คือ Hardware Block ที่ทำให้ RP2350 มีเส้นทางสร้าง TMDS Stream โดยไม่ต้องผลักงานทั้งหมดให้ CPU แบบ Software ล้วน

3. Flash และ RAM ไม่จำเป็นต้องทำงานแบบเดียวกัน

TV-Top แยก Static Geometry ไปเก็บใน Flash ขณะที่ RAM ถูกสงวนให้ข้อมูล Dynamic และ Rendering Pipeline ที่ต้องใช้งานทันเวลา

4. Multicore ต้องแบ่งงานตาม Deadline

Core 1 ถูกใช้ใน Scanout Path และเตรียมเส้นล่วงหน้า เพราะ Video Output มี Deadline ต่อ Scanline ถ้าสร้างข้อมูลไม่ทัน ภาพก็เสียทันที

5. Overclock มีผลมากกว่า Benchmark

Clock ที่สูงขึ้นพาเรื่อง Flash Timing, HSTX Margin, Wiring และแม้กระทั่ง Wi-Fi Interference เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ System Design

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดอาจไม่ใช่ “RP2350 ทำ 1080p ได้” แต่คือการที่ Project ยอมออกแบบ Memory, Rendering, Networking และ Hardware Timing ใหม่ทั้งระบบเพื่อให้มันเกิดขึ้นได้

FAQ: คำถามที่พบบ่อย

1. RP2350 สามารถ Output 1080p ได้จริงหรือ?

Project TV-Top แสดงการ Output 1920×1080 ที่ 30 Hz จาก Raspberry Pi Pico 2 W ที่ใช้ RP2350 ผ่าน DVI/TMDS

2. RP2350 ทำ 1080p60 ได้หรือไม่?

Source ของ Project นี้ไม่ได้แสดง 1080p60 Mode 1080p ที่ Repository ระบุคือ 30, 25 และ 24 Hz

3. ทำไมไม่ใช้ Full Framebuffer?

README ระบุว่า Frame 1080p แบบ 24-bit มีขนาดเกือบ 6 MB ขณะที่ RP2350 มี SRAM 520 KB จึงไม่สามารถเก็บ Full Frame ไว้ใน SRAM ได้

4. แล้วภาพถูกเก็บอย่างไร?

ระบบใช้ Run-length Spans ใน Line Pool แล้วสร้างแต่ละ Scanline ขึ้นก่อนเวลาที่ต้องส่งออกจริง

5. HSTX คืออะไร?

HSTX เป็น Hardware Serializer ใน RP2350 ซึ่ง Project นี้นำมาใช้สร้าง TMDS Stream สำหรับ DVI Video Output

6. ใช้ Clock เท่าไร?

Configuration 1080p ของ Project ใช้ System Clock ที่ 372 MHz และ Core Voltage 1.30 V

7. 372 MHz เป็นความเร็วปกติของ RP2350 หรือไม่?

ไม่ใช่ Documentation ของ Raspberry Pi ระบุ System Clock สูงสุดที่ 150 MHz ดังนั้น 372 MHz ใน Project นี้เป็น Overclock

8. ต้องใช้ GPU ภายนอกหรือไม่?

README ระบุว่า Output 1080p30 ทำได้โดยไม่มี External Video Hardware แต่ยังต้องมี Hardware สำหรับนำ GPIO Differential Pairs ออกไปยัง DVI/HDMI Connection

9. ESP32 ช่วยสร้างภาพ 1080p หรือไม่?

ไม่ ใน Option 2 ESP32 ทำหน้าที่ Wi-Fi, IP Stack และ TLS ส่วน Video และ Rendering ยังคงอยู่ที่ RP2350

10. ใช้ GPIO ไหนสำหรับ DVI?

Repository ใช้ GPIO12–19 เป็น Differential Pairs สำหรับ Data และ Clock ของ DVI/TMDS

11. ใช้ HDMI Cable ได้หรือไม่?

Project ใช้ DVI/TMDS ผ่าน Hardware Breakout และ Connector ที่เชื่อมกับจอได้ แต่ Source เตือนว่า Wiring และ Cable Quality มีผลเมื่อทำงานที่ Data Rate สูง

12. 1080p ใช้ได้กับจอทุกเครื่องหรือไม่?

Source ไม่ได้การันตี Display ทุกเครื่อง Repository มีทั้ง 1080p30, 1080p25 และ 1080p24 เพื่อรองรับ Timing ที่จอแต่ละรุ่นยอมรับต่างกัน

13. Project ใช้ RP2040 ได้หรือไม่?

Firmware รองรับ Pico W ที่ใช้ RP2040 ด้วย แต่ Repository ระบุว่า RP2040 Path ใช้ PIO/PicoDVI และไม่ถึง 1080p

14. Source Code เปิดให้ดูหรือไม่?

Firmware Repository เปิดอยู่บน GitHub และมี Documentation สำหรับ Architecture, Hardware, Rendering, Network, Build และ ESP32 Modem

15. TV-Top คืออะไร?

TV-Top เป็น Board Game Platform ที่ใช้ TV เป็น Game Board และให้ผู้เล่นโต้ตอบผ่านโทรศัพท์ โดย Kiosk Firmware ทำหน้าที่ Render สิ่งที่เกมส่งมาให้

16. RP2350 ร้อนแค่ไหนเมื่อ Overclock 372 MHz?

Source ระบุว่าชิปจะทำงานอุ่นขึ้น แต่ไม่ได้ให้ค่าอุณหภูมิเป็นตัวเลขสำหรับ Configuration นี้ จึงไม่ควรสร้างค่า °C ขึ้นเอง

References / แหล่งข้อมูลต้นฉบับ

Microcontroller ตัวเล็ก อาจทำได้มากกว่าที่คิด

Project แบบ TV-Top แสดงให้เห็นว่า Performance ไม่ได้มาจาก Clock Speed เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการเลือก Architecture, Peripheral, Memory Strategy และวิธีแบ่งงานให้เหมาะกับข้อจำกัดของ Hardware

หากกำลังทดลอง Project ด้วย Raspberry Pi Pico, ESP32, Development Board, Display หรือ Module ต่าง ๆ สามารถสอบถามทีม Globalbyte เรื่องอุปกรณ์ที่เหมาะกับ Project ได้

Disclaimer: บทความนี้เป็นการสรุปและเรียบเรียงจากแหล่งข้อมูลภาษาอังกฤษ อาจมีความคลาดเคลื่อน กรุณาตรวจสอบ Source ต้นฉบับก่อนลงมือทำ Project นี้ใช้ RP2350 ที่ Overclock ไปถึง 372 MHz และใช้ Core Voltage 1.30 V ซึ่งสูงกว่าค่า System Clock มาตรฐานที่ Raspberry Pi ระบุ รวมถึงมีการใช้งาน HSTX, GPIO และ TMDS Data Rate ในลักษณะ Experimental ผลลัพธ์จึงไม่ควรถูกตีความว่า Hardware RP2350 ทุกชิ้น, DVI Breakout ทุกแบบ หรือ Display ทุกเครื่องจะทำงานได้เหมือนกัน Source ยังไม่ได้รับประกัน Maximum Safe Overclock, อายุการใช้งาน, อุณหภูมิ, Power Consumption หรือความเสถียรสำหรับ Production ควรอ่าน README และ Hardware Documentation ล่าสุดของ Project รวมถึง RP2350 Datasheet ก่อนทดลองจริง

 

แท็ก


Blog posts