รู้จักกับ SCINTIX P4! บอร์ด ESP32-P4 ที่แอบเนียนเสียบฐาน Raspberry Pi CM4/CM5 ได้

ESP32-P4 compute module in Raspberry Pi CM5 form factor
หน้าตาบอร์ด SCINTIX P4 ที่มาในไซส์เดียวกับ Raspberry Pi CM4 เป๊ะๆ

Wassup วัยรุ่น Maker สายฮาร์ดแวร์! 🚀 วันนี้มีของเล่นใหม่มากาวน์กันอีกแล้ว ใครที่ชอบเล่นบอร์ด ESP32 แต่ก็แอบมี Carrier Board (บอร์ดฐาน) ของ Raspberry Pi CM4 หรือ CM5 วางฝุ่นเกาะอยู่ที่บ้าน วันนี้มันจับมารวมร่างกันได้แล้วนะ! ขอแนะนำให้รู้จักกับ SCINTIX P4 บอร์ด Compute Module สไตล์ลูกผสมจากค่าย RELOC ที่จับเอาชิปแรงๆ อย่าง ESP32-P4 มายัดใส่ Form Factor ของ Raspberry Pi ครับผม

แกะสเปค SCINTIX P4 มีอะไรน่าโดนบ้าง? 🧐

พูดถึงความตึงของบอร์ดนี้ หลักๆ คือมันเป็น System-on-Module (SoM) ตัวแรกๆ ที่ใช้ชิป MCU แบบ RISC-V แต่ออกแบบมาให้หน้าตาและพินเชื่อมต่อเข้าแก๊ปกับมาตรฐานของ RPi CM4/CM5 เลย โดยมีสเปคคร่าวๆ ดังนี้:

  • ขุมพลังหลัก: ชิป ESP32-P4 (Dual-core RISC-V @ 400 MHz พร้อมระบบเร่งประมวลผล AI และมีชิปประหยัดพลังงานแยก @ 40 MHz)
  • ความจำจุกๆ: มี PSRAM มาให้ 32MB และ SPI NOR flash อีก 32MB
  • การเชื่อมต่อไร้สาย: แม้ตัว P4 จะไม่มี Wireless ในตัว แต่งานนี้เค้าแพ็คชิป ESP32-C6 มาให้บนบอร์ดด้วย! ทำให้รองรับทั้ง Wi-Fi 6, Bluetooth 5 และพวก Zigbee/Thread (Matter) ครบจบ
  • พอร์ตแบบจัดเต็ม: ใต้บอร์ดมีคอนเนคเตอร์ 100-pin Hirose จำนวน 2 ตัว เอาไว้เสียบลง Carrier Board ทำให้เราใช้พวกจอ MIPI DSI, กล้อง MIPI CSI, สายแลน (Fast Ethernet) และ USB ได้เลย

💡 ป้ายยาไอเทมเด็ด: ถ้าใครอยากเล่นโปรเจกต์แนว Compute Module แบบนี้ แล้วกำลังมองหาบอร์ด Carrier Board โหดๆ หรือบอร์ด ESP32 ซีรีส์ใหม่ๆ ทักมาที่ LINE OA ของ Globalbyte ได้เลยครับ เรามีของพร้อมเสิร์ฟให้สาย Maker เอาไปลุยโปรเจกต์กันแบบจุกๆ!

ข้อควรระวัง (รู้ไว้ก่อนหาทำ) ⚠️

ถึงหน้าตามันจะเหมือนฝาแฝดกับ Raspberry Pi แต่ระบบข้างในมันคือ ESP32 (Microcontroller) นะครับ ไม่ใช่ Microprocessor เพราะฉะนั้นมัน รันระบบปฏิบัติการ Raspberry Pi OS (Linux) ไม่ได้เด้อ! การเขียนโค้ดจะต้องใช้พวก Espressif ESP-IDF, Arduino IDE หรือ PlatformIO แทนครับ

ส่วนฟีเจอร์อื่นๆ ที่จะหายไปเมื่อเอามาเสียบฐาน RPi CM4 ก็คือพวกพอร์ตระดับเทพอย่าง HDMI และ PCIe จะใช้ไม่ได้ครับ ส่วน USB จะวิ่งได้แค่ความเร็วระดับ USB 2.0 (480 Mbps) และสายแลนตันที่ 100 Mbps เท่านั้น

⚠️ เรื่องการรองรับกล้องและจอภาพ:

สำหรับโมดูลกล้อง ในทางเทคนิคแล้วชิป ESP32-P4 จะรองรับแค่ โมดูลกล้อง Raspberry Pi รุ่นแรก OV5647 เท่านั้นนะ (พวกเซนเซอร์ Sony IMX ตัวใหม่ๆ ยังไม่รอด) ส่วนจอภาพที่เป็น Official ของ RPi ถือว่าใช้งานได้ดีเลย แต่ต้องดึง ไลบรารีสำหรับจอแสดงผล Raspberry Pi จากข้างนอกมาช่วยซัปพอร์ตก่อนครับ ถ้าอยากเจาะลึกเรื่องพอร์ต MIPI ลองไปอ่านรีวิว บอร์ด ESP32P4C5 Core Board ที่รองรับ MIPI ดูได้ครับ

บทสรุป: บอร์ดนี้เหมาะกับใคร? 🎯

สรุปสั้นๆ คือมันเหมาะกับคนที่อยากใช้พลังของ ESP32-P4 ในโปรเจกต์ที่ต้องการเชื่อมต่อ Hardware หลากหลาย (เช่น จอทัชสกรีน, กล้อง, Ethernet) แล้วขี้เกียจออกแบบวงจรเอง ก็แค่ซื้อบอร์ด SCINTIX P4 มาเสียบลงฐาน Raspberry Pi CM4 ที่มีขายเกลื่อนตลาดได้เลย ประหยัดเวลาไปได้เยอะ!

ตอนนี้ทาง RELOC กำลังเตรียมเปิด แคมเปญระดมทุนบน Crowd Supply และแอบเห็นว่าใน หน้าสินค้าบนเว็บไซต์ RELOC มีเขียนบอกไว้แล้วนะว่าของพร้อมส่ง ใครสนใจทักไปขอราคาเค้าได้เลยจ้า

🔗 แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

*Disclaimer (ข้อจำกัดความรับผิดชอบ): เนื้อหาบทความนี้ถูกเรียบเรียงและสรุปมาจากโปรเจกต์ข่าวสารภาษาอังกฤษ ข้อมูลทางเทคนิคบางประการอาจมีการปรับเปลี่ยน หรือคลาดเคลื่อนไปจากเดิม ให้ไปตรวจสอบที่เว็บต้นฉบับของผู้พัฒนาก่อนตัดสินใจใช้งานเพื่อความชัวร์นะครับ!

แท็ก


Blog posts

เข้าสู่ระบบ

ลืมรหัสผ่านใช่ไหม?

ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม?
สร้างบัญชี