Pico กับบทเรียน Input–Output จากโปรเจกต์ iPad เก่าเป็นจอ PC

Raspberry Pi Pico กับบทเรียน Input–Output จากโปรเจกต์ iPad เก่าเป็นจอ PC

Globalbyteshop Blog | อัปเดตเนื้อหา 2026

ถ้ามี iPad เก่าตกรุ่นวางอยู่ในลิ้นชัก แล้วรู้สึกว่าทิ้งก็เสียดาย ขายก็ไม่ได้ราคา ลองคิดแบบนี้ดูไหม — เอามันมาแปลงเป็นจอทัชสกรีนสำหรับ PC กันเลย โปรเจกต์นี้ทำโดย Tucker Osman ซึ่งใช้ Raspberry Pi Pico เป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างหน้าจอ iPad กับคอมพิวเตอร์ และที่สำคัญ มันเป็นตัวอย่างที่ดีมากในการเรียนรู้เรื่อง Input–Output (I/O) ของไมโครคอนโทรลเลอร์แบบเข้าใจง่ายอีกด้วย

iPad เก่าที่ถูกแปลงเป็นจอทัชสกรีนสำหรับ PC ด้วย Raspberry Pi Pico
ผลลัพธ์สำเร็จ — iPad เก่ากลายเป็นจอทัชสกรีน PC ที่ใช้งานได้จริง (ภาพ: Tucker Osman / YouTube)

ที่มาของโปรเจกต์นี้ — iPad เก่า ไม่ได้แปลว่าไร้ค่า

Tucker Osman เจ้าของโปรเจกต์นี้ตั้งคำถามง่าย ๆ ว่า "หน้าจอ iPad เก่ายังดีอยู่ ทำไมต้องทิ้ง?" แนวคิดคือ ถอดเอาเฉพาะชิ้นส่วนหน้าจอ LCD และแผงทัชสกรีนออกมาจากตัวเครื่อง แล้วต่อเข้ากับ PC โดยใช้ Raspberry Pi Pico เป็นตัวกลางในการแปลงสัญญาณทัช ให้คอมพิวเตอร์เข้าใจว่าเรากดตรงไหน โปรเจกต์นี้เผยแพร่แบบ Open Source บน GitHub ให้ทุกคนนำไปลองทำตามได้

วิดีโอสาธิตจาก Tucker Osman บน YouTube

หลักการทำงาน — Pico ทำหน้าที่อะไรในโปรเจกต์นี้?

หน้าจอทัชสกรีนของ iPad ใช้การเชื่อมต่อแบบ SPI (Serial Peripheral Interface) ซึ่งเป็นรูปแบบการสื่อสารข้อมูลที่ไมโครคอนโทรลเลอร์หลายตัวรองรับ รวมถึง Raspberry Pi Pico ด้วย หลักการทำงานแบบสรุปง่าย ๆ คือ เมื่อนิ้วแตะจอ iPad ตัวแผงทัชจะส่งข้อมูลพิกัด X/Y ออกมาผ่านสาย SPI เข้าสู่ Pico จากนั้น Pico จะแปลงข้อมูลเหล่านั้นให้อยู่ในรูปแบบ USB HID (Human Interface Device) ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับที่เมาส์และทัชแพดใช้ พอสาย USB จาก Pico เสียบเข้า PC ตัวระบบปฏิบัติการก็จะมองเห็น Pico เป็นอุปกรณ์ชี้ตำแหน่ง (Pointing Device) ได้ทันที ไม่ต้องลงไดรเวอร์เพิ่ม

แผนผัง Pinout การต่อสาย Raspberry Pi Pico เข้ากับแผงทัชสกรีน iPad
แผนผัง Pinout ของ Pico ที่ใช้ในโปรเจกต์นี้ (ภาพ: GitHub / lemonjesus)

อธิบายเพิ่มสำหรับมือใหม่:

SPI คือวิธีที่ชิปตัวหนึ่งคุยกับชิปอีกตัวหนึ่งแบบเร็ว ๆ โดยใช้สายสัญญาณ 3–4 เส้น ลองนึกภาพเหมือนสายโทรศัพท์ที่มีสายแยกสำหรับ "พูด" กับ "ฟัง"

USB HID คือมาตรฐานที่ทำให้คอมพิวเตอร์รู้จักอุปกรณ์พวกเมาส์ คีย์บอร์ด หรือทัชสกรีน โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมอะไรเพิ่ม แค่เสียบสาย USB ก็ใช้ได้เลย

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

ก่อนลงมือทำ มาดูกันว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง โปรเจกต์นี้ใช้ของไม่กี่ชิ้น และหาได้ไม่ยาก

รายการอุปกรณ์หลัก:
  • Raspberry Pi Pico — ไมโครคอนโทรลเลอร์ตัวหลักที่ทำหน้าที่แปลงสัญญาณ
  • หน้าจอ iPad เก่า (iPad 3, 4, Air 1 รองรับแล้ว) — ถอดจากตัวเครื่องมาใช้เฉพาะจอ LCD และแผงทัชสกรีน
  • บอร์ดแปลงสัญญาณ LCD (LCD Controller Board) — ใช้แปลงสัญญาณจาก LCD ของ iPad ให้ออกเป็น HDMI ที่ PC อ่านได้
  • สาย FPC/FFC — สายแพรสำหรับเชื่อมต่อแผงทัชเข้ากับ Pico
  • สาย Micro-USB — สำหรับเชื่อมต่อ Pico เข้ากับ PC
  • สาย HDMI — สำหรับเชื่อมต่อบอร์ด LCD Controller เข้ากับ PC
การติดตั้ง Raspberry Pi Pico เข้ากับแผงทัชสกรีน iPad
การติดตั้ง Pico เข้ากับแผงทัชสกรีน iPad (ภาพ: Tucker Osman / YouTube)

ขั้นตอนการทำ — สรุปแบบกระชับ

ขั้นตอนไม่ซับซ้อนอย่างที่คิด แต่ต้องใจเย็นและละเอียดในบางจุด โดยเฉพาะตอนถอดหน้าจอและต่อสาย

  1. ถอดหน้าจอออกจาก iPad — แยก LCD กับแผงทัชสกรีน (Digitizer) ออกจากตัวเครื่อง ขั้นตอนนี้ต้องระวังสายแพรที่บอบบาง
  2. ต่อ LCD เข้ากับ LCD Controller Board — บอร์ดนี้จะแปลงสัญญาณจอ iPad ให้เป็น HDMI ที่ PC มองเห็นได้ เสียบสาย HDMI เข้า PC เหมือนจอมอนิเตอร์ทั่วไป
  3. ต่อแผงทัชเข้ากับ Raspberry Pi Pico — ใช้สาย FPC เชื่อมต่อแผง Digitizer เข้ากับขา SPI ของ Pico ตามแผนผัง Pinout ที่โปรเจกต์กำหนดไว้
  4. Flash เฟิร์มแวร์ลง Pico — ดาวน์โหลดไฟล์ .uf2 จาก GitHub แล้วลากไฟล์ไปใส่ใน Pico ตอนที่อยู่ในโหมด BOOTSEL (กดปุ่ม BOOTSEL ค้างแล้วเสียบ USB)
  5. เสียบ Pico เข้า PC ผ่าน USB — ระบบปฏิบัติการจะมองเห็นเป็นอุปกรณ์ HID ทันที ไม่ต้องลงไดรเวอร์ ทดสอบโดยแตะหน้าจอแล้วดูว่าเคอร์เซอร์ขยับตาม
  6. ปรับจูน Calibration — อาจต้องปรับค่า Calibration ใน Firmware เพื่อให้ตำแหน่งสัมผัสตรงกับสิ่งที่แสดงบนจอ

บทเรียนเรื่อง Input–Output ที่ได้จากโปรเจกต์นี้

โปรเจกต์นี้ไม่ได้แค่ได้จอใช้ แต่ยังเป็นบทเรียนจริง ๆ เรื่องการจัดการ I/O บน Raspberry Pi Pico ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของงานฝังตัว (Embedded Systems) ทั้งหมด

Input (ข้อมูลเข้า): ข้อมูลพิกัดจากแผงทัชสกรีน iPad ส่งเข้า Pico ผ่าน SPI — นี่คือฝั่ง Input เป็นข้อมูลดิบที่มาจากโลกภายนอก (นิ้วของผู้ใช้)

Processing (การประมวลผล): Pico รับข้อมูลดิบมาแล้วแปลงพิกัด ปรับ Calibration และจัดรูปแบบให้เป็น USB HID Report

Output (ข้อมูลออก): Pico ส่ง HID Report ออกไปยัง PC ผ่าน USB — นี่คือฝั่ง Output ที่ทำให้ PC รู้ว่าผู้ใช้กดตรงไหน

พูดง่าย ๆ คือ Pico ทำหน้าที่เป็น "นักแปลภาษา" ที่รับข้อมูลจากฝั่งทัชสกรีน (Input) แปลงให้เป็นภาษาที่คอมพิวเตอร์เข้าใจ (Processing) แล้วส่งต่อให้คอม (Output) ถ้าเข้าใจวงจรนี้แล้ว จะเห็นว่าหลักการเดียวกันนี้ใช้ได้กับทุกโปรเจกต์ ไมโครคอนโทรลเลอร์ ไม่ว่าจะเป็นเซ็นเซอร์อุณหภูมิ ระบบ Smart Home หรืออุปกรณ์ IoT ต่าง ๆ

ใช้งานจริงได้แค่ไหน? และข้อจำกัดที่ควรรู้

จากการทดสอบของ Tucker Osman ระบบทำงานได้ดีบน Windows, Linux และ macOS โดยรองรับ Single Touch (กดทีละจุด) ตอบสนองค่อนข้างเร็ว ข้อจำกัดหลักคือ ยังไม่รองรับ Multi-Touch (ซูมหรือหมุนด้วยสองนิ้ว) และ iPad บางรุ่นอาจยังไม่ถูก Reverse Engineer ครบ ทำให้ต้องเช็คความเข้ากันได้กับรุ่นที่ใช้ก่อน นอกจากนี้การถอดหน้าจอออกมาก็ต้องทำอย่างระมัดระวัง เพราะสายแพรบอบบางมาก ถ้าขาดจะใช้ไม่ได้

สรุปจุดเด่นและข้อจำกัด:

จุดเด่น — ได้จอทัชสกรีนในราคาถูก, เรียนรู้ I/O จริง ๆ, โค้ด Open Source ปรับแต่งได้, ไม่ต้องลงไดรเวอร์เพิ่ม

ข้อจำกัด — รองรับ Single Touch เท่านั้น, รองรับ iPad บางรุ่น, ต้องระวังตอนถอดหน้าจอ

สนใจ Raspberry Pi Pico หรืออุปกรณ์สำหรับโปรเจกต์ DIY? สั่งได้เลยที่ Globalbyteshop

เลือกซื้อสินค้าที่ Globalbyteshop สอบถามเพิ่มเติมผ่าน LINE กลุ่ม

แท็ก


Blog posts

© 2026 บริษัท โกลบอลโทรนิค อินเตอร์เทรด จํากัด, ขับเคลื่อนโดย Shopify

    • PayPal

    เข้าสู่ระบบ

    ลืมรหัสผ่านใช่ไหม?

    ยังไม่มีบัญชีใช่ไหม?
    สร้างบัญชี