โฉมหน้าบอร์ด RP2350B "Bells&Whistles" ที่ยาวเฟื้อยแต่อัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์ระดับเทพ!
Wassup วัยรุ่น Maker สายฮาร์ดแวร์! 🛠️ ปกติเวลาเราซื้อบอร์ดไมโครคอนโทรลเลอร์มาทำโปรเจกต์ ถ้าอยากได้ฟีเจอร์อะไรล้ำๆ อย่างต่อจอนอก เสียบเมม หรือดีบักโค้ด (Debug) เราก็ต้องไปหาซื้อโมดูลเสริมหรือสายระโยงระยางมาต่อเพิ่มให้วุ่นวายไปหมดใช่ไหมครับ?
แต่วันนี้บอกเลยว่ามีบอร์ดตัวนึงที่ฉีกทุกกฎ! นั่นก็คือบอร์ดพัฒนาที่ชื่อว่า "Bells&Whistles" (แปลไทยประมาณว่า จัดเต็มครบเครื่อง) ที่จับเอาชิปตัวแรงตัวใหม่อย่าง Raspberry Pi RP2350B มาเป็นหัวใจหลัก แถมยังยัดพอร์ต HDMI (DVI), สล็อต MicroSD Card และที่พีคสุดๆ คือ "ฝังบอร์ด RP2040 อีกตัวมาทำหน้าที่เป็น Debugger ในบอร์ดเดียวกันเลย!" โคตรตึง!
สเปคแน่นขนาดนี้ มีอะไรให้เล่นบ้าง? 🧐
แค่เห็นความยาวของบอร์ดก็รู้แล้วว่าไม่ธรรมดา มาเจาะลึกสเปคของบอร์ดตัวนี้กันครับ:
-
ขุมพลังหลัก (SoC): ใช้ชิป Raspberry Pi RP2350B ซึ่งเป็นแบบสถาปัตยกรรมคู่! จะเลือกใช้ Dual-core Arm Cortex-M33 หรือจะสลับไปใช้ Dual-core RISC-V (Hazard3) ก็ได้! ความเร็ว 150 MHz
-
ความจำและพื้นที่เก็บข้อมูล: มี SRAM ในชิป 520 KB, ฝัง Flash 4MB มาให้ และถ้าไม่สะใจ... สั่งออปชันเพิ่ม PSRAM อีก 8MB ได้เลย! แถมเสียบ MicroSD Card ได้อีก!
-
ระบบภาพ: มีพอร์ต HDMI ให้ส่งภาพออกแบบ DVI ได้โดยตรง (ใช้พินเหมือนกับบอร์ด Adafruit DVI Sock)
-
สายเชื่อมต่อและพอร์ต: มีพอร์ต USB-C ให้ถึง 2 ช่อง! ช่องนึงเอาไว้จ่ายไฟ/ส่งข้อมูลเข้าชิปหลัก ส่วนอีกช่อง... เอาไว้ต่อเข้าตัว Debugger โดยเฉพาะ!
-
ขา GPIO: ด้วยความที่เป็นรุ่นรหัส "B" (QFN-80) ทำให้บอร์ดนี้ดึงขา GPIO ออกมาให้ใช้จุใจถึง 46 ขา!
💡 ป้ายยาไอเทมเด็ด: การมี Debugger ฝังมาในบอร์ดเลย (Onboard) ถือว่าช่วยชีวิต Developer ได้เยอะมากครับ เพราะมันช่วยให้เรารู้ว่าโค้ดไปบั๊กตรงไหนโดยไม่ต้องซื้อ Raspberry Pi Debug Probe แยกให้เปลืองตังค์!
หากเพื่อนๆ กำลังมองหา บอร์ดตระกูล Raspberry Pi Pico, RP2350 หรือชิปใหม่ล่าสุดตระกูล ESP32 เพื่อเอาไปทำโปรเจกต์แบบล้ำๆ แวะมาจัดของแท้พร้อมส่งได้ที่ Globalbyte Shop เลยครับ ทัก LINE OA มาปรึกษาแอดมินก่อนได้ เราพร้อมดันโปรเจกต์ของคุณให้สุด!
ซอฟต์แวร์ก็พร้อมลุย Open Source ล้านเปอร์เซ็นต์! 🔓
บอร์ดนี้ออกแบบมาให้เข้ากับ Ecosystem เดิมของชุมชนได้ทันทีครับ ตัว HDMI สามารถใช้ไลบรารี PicoDVI ได้เลย และตัว Debugger ที่ฝังมาก็รันซอฟต์แวร์ Picoprobe ดั้งเดิม ทำให้คุณส่อง UART Monitoring ได้ง่ายๆ บนโต๊ะทำงานที่ไม่มีสายไฟพันกันยุ่งเหยิง
ที่สำคัญคือผู้พัฒนาที่ใช้ชื่อว่า riktw ได้ปล่อย ไฟล์ Open Source ฮาร์ดแวร์ไว้บน GitHub ทั้งหมด! ไม่ว่าจะเป็นผังวงจร (Schematics) แบบ PDF, หรือไฟล์ KiCad เอาไปต่อยอดทำบอร์ดของตัวเองได้ฟรีๆ ภายใต้ MIT License เลยครับ ใจป๋าจัด!
🔗 ข้อมูลอ้างอิงและช่องทางสั่งซื้อ:
ใครอยากได้บอร์ดเวอร์ชันประกอบเสร็จแล้ว (PCBA) สามารถตามไปกดสั่งซื้อได้ที่หน้าเว็บ Tindie ในราคาประมาณ 29.95 USD (ราวๆ พันนิดๆ) ครับ ส่งจากประเทศเนเธอร์แลนด์นะ!
⚡ อุปกรณ์พร้อม ไอเดียพร้อม แล้วคุณล่ะพร้อมปั้นโปรเจกต์ของตัวเองหรือยัง? ⚡
*Disclaimer (ข้อจำกัดความรับผิดชอบ): เนื้อหาบทความนี้ถูกเรียบเรียงและสรุปมาจากข่าวฮาร์ดแวร์ต่างประเทศ ราคาและสต็อกสินค้าในเว็บไซต์อ้างอิงอาจมีการเปลี่ยนแปลง ผู้ที่สนใจประกอบบอร์ดนี้ใช้เองควรดาวน์โหลดผังวงจรไปศึกษาอย่างละเอียดก่อนสั่งผลิต PCB เพื่อความถูกต้องครับ!