เคยรู้สึกไหมครับว่าสมาร์ทวอทช์ยุคนี้ทำตัวเหมือนเป็น "มือถือเครื่องจิ๋ว" มากกว่าจะเป็นนาฬิกา? จอสว่างวาบทะลุตา ต้องคอยชาร์จแบตทุกคืน แถมฟีเจอร์ก็เยอะจนรกและหนักข้อมือไปหมด
โปรเจกต์นี้เกิดจากความต้องการที่สวนทางกันเลยครับ! ผู้สร้างอยากได้นาฬิกาที่แบตเตอรี่อยู่ได้นานๆ ปรับแต่งได้ตามใจชอบ และเบาหวิวเหมือนสายรัดข้อมือโรงพยาบาล หน้าจอ E-ink (อีอิงก์) จึงเป็นคำตอบที่ใช่ที่สุด เพราะมันถนอมสายตา อ่านชัดแม้แดดจ้า และไม่สว่างแยงตาตอนดึกๆ ลองมาดูมหากาพย์การลองผิดลองถูก (Trial and error) ของโปรเจกต์ทำนาฬิกาจอโค้ง E-ink ด้วยบอร์ด Seeed Studio nRF52840 Sense กันครับ!
ชิ้นส่วนขุมพลัง (Supplies)
ของที่ใช้ในโปรเจกต์นี้มีทั้งชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ล้ำๆ และของแปลกๆ ที่คาดไม่ถึงครับ:
-
สมองกล (Brains): บอร์ด Seeed Studio nRF52840 Sense และแผงวงจร Custom flex PCB
-
หน้าจอ (Display): Waveshare 2.9 inch flexible e-ink display
-
เซนเซอร์ (Sensors): LSM9DS1 (IMU 9 แกน), APDS-9500 (จับท่าทาง), MAX30102 (วัดชีพจร), RV-3028-C7 (RTC กินไฟต่ำ), และโมดูล GPS MAX-M10S (ใช้ในตัวต้นแบบ)
-
ระบบไฟ (Power): แบตเตอรี่ LiPo 400mAH, ตัวเรกกูเลเตอร์ AP2127K-1.8, MOSFET, และตัวแปลงระดับสัญญาณ I²C
-
วัสดุทำโครง (Frame Materials): ไม้บรรทัดพลาสติกราคา 50 เซนต์!, เศษหนังเทียม (Pleather), และหม้อต้มน้ำร้อน!
💡 Maker's Tip: เห็นวัสดุทำโครงนาฬิกาแล้วปวดหัวแทนไหมครับ? การเอาไม้บรรทัดมาต้มน้ำร้อนดัดโค้งอาจจะเวิร์ก แต่ถ้าคุณอยากให้ชิ้นงานดูโปรและเป๊ะกว่านี้ ทาง Globalbyte ขอแนะนำให้ใช้ เส้นพลาสติก 3D Print เกรดวิศวกรรม (เช่น PETG หรือ TPU) ปริ้นท์เคสโค้งรับข้อมือแบบคัสตอมไปเลยครับ! นอกจากนี้เรายังมีบอร์ด IoT และเซนเซอร์ต่างๆ ให้คุณช้อปไปทำ Prototype สุดล้ำแบบไม่ต้องเหนื่อยงมของเองครับ!
Step 1: จุดเริ่มต้นบน Breadboard (The Idea)
ก่อนจะไปทำวงจรโค้งๆ หรือทำจอแตก โปรเจกต์นี้เริ่มจากคลาสสิกสไตล์ Maker ครับ นั่นคือการยัดทุกอย่างลงบนแผง Breadboard สายไฟระโยงระยางเต็มไปหมด เพื่อพิสูจน์ให้ชัวร์ก่อนว่า บอร์ด nRF52840 Sense ขับจอ E-ink ไหวไหม? เซนเซอร์ทำงานรึเปล่า? และหน้าจอ E-ink มันอัปเดตช้าขนาดไหนในโลกความจริง?
สิ่งที่ได้เรียนรู้: จอ E-ink สวยมากแม้จะอยู่บน Breadboard, อัตราการรีเฟรชภาพช้าจริงแต่เหมาะกับ UI สายชิลล์, และการกินไฟต่ำมากจนพอจะทำเป็นนาฬิกาใช้งานยาวๆ ได้สบายครับ
Step 2: ยุคแห่งความยืดหยุ่น (และพังทลาย) - Prototype 0 & 1
พอผ่านช่วงทดลอง ก็เริ่มออกแบบบอร์ดด้วยโปรแกรม Fusion และ Eagle ครับ แผนคือทำแผงวงจรแข็งชิ้นเล็กๆ แปะลงบน แผ่นวงจรแบบยืดหยุ่น (Flexible PCB) หวังว่าจะโค้งรับข้อมือได้สวยๆ แต่ทว่าโลกความจริงมันโหดร้ายกว่านั้น...
-
หมุดย้ำ (Rivets) ทำพิษ: หมุดทองเหลืองกินเนื้อทองแดงบนบอร์ดจนพัง สุดท้ายต้องใช้กาวและพลาสติกแทน
-
จอ E-ink ยืดหยุ่น... ที่ไม่ค่อยยืดหยุ่น: จอแตกตั้งแต่ยังไม่ทันใส่! คำว่า "ยืดหยุ่น" ของจอ Waveshare หมายถึงแผ่นพลาสติกรองหลัง แต่ชั้นผลึก E-ink ด้านบนมันเปราะบางเหมือนแผ่นกระจกบางๆ ถ้าเผลอบิดผิดมุม หรือไปงอตรงจุดเชื่อมต่อสายแพ (Ribbon connector) จอจะพังทันที เกิดเป็นจุดบอด (Dead zones) ขึ้นมา
-
ลายปรินต์บน Flex PCB ขาด: พองอสายรัดข้อมือบ่อยๆ ลายทองแดงบนบอร์ดก็ขาดกระจุย
บทสรุปของยุคนี้คือ... พังเละเทะ! ต้องกลับไปทบทวนใหม่หมดว่าการทำนาฬิกายืดหยุ่น 100% มันไม่รอดสำหรับการใช้งานจริงครับ
Step 3-4: ถอยกลับมาตั้งหลักกับ "โครงแข็ง" (Rigid Frame & Reducing Scope)
เพื่อแก้ปัญหาจอหัก ผู้สร้างเลยไปสอย "กำไลโครเมียมราคาถูกจากแอป Temu" มาเป็นโครงแข็งรองรับหน้าจอซะเลย! แม้มันจะไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใส่อิเล็กทรอนิกส์ แต่มันช่วยป้องกันไม่ให้หน้าจอ E-ink โค้งผิดรูป และพิทักษ์สายแพร์คอนเนคเตอร์ได้อย่างดีเยี่ยม
แต่นอกจากการแก้ปัญหาโครงสร้างแล้ว ยังต้อง หั่นฟีเจอร์ที่ไม่จำเป็นทิ้ง (Reducing the Scope) ด้วยครับ:
-
เอาเซนเซอร์ท่าทาง (Gesture Sensor) ออก: เพราะจอที่เปลี่ยนมาใช้มันใหญ่จนบังมิด
-
เอา GPS Module ออก: ตัวนี้กินไฟดุมาก เสาอากาศเกะกะ แถมตอนบัดกรีใช้เครื่องทำแซนด์วิชแทนเตาอบ Reflow (โฮมเมดสุดๆ!)
-
เอาเซนเซอร์วัดหัวใจออก: เพราะพอใช้โครงแข็งแล้ว มันไม่สามารถแนบสนิทกับผิวหนังได้
การตัดของพวกนี้ออกทำให้นาฬิกาเบาขึ้น เสถียรขึ้น และแก้บั๊กง่ายขึ้นเยอะเลยครับ
Step 5: เมื่อจอใหญ่ขึ้น... ต้องพึ่ง "ไม้บรรทัดต้มน้ำร้อน!"
เหมือนฟ้าแกล้ง! จู่ๆ Waveshare ก็เลิกผลิตหน้าจอ 2.13 นิ้วที่เคยใช้ ทำให้ต้องขยับไซส์ไปใช้จอ 2.9 นิ้วแทน ซึ่งมันใหญ่จนยัดลงกำไล Temu ไม่ได้แล้ว
ทางออกสุดกาวแต่เวิร์กสุดๆ คือ... การเดินไป Kmart ซื้อ "ไม้บรรทัดพลาสติกราคา 50 เซนต์" มาต้มในน้ำเดือดให้นิ่ม แล้วเอาไปดัดโค้งพันรอบกระบอกโหลแก้ว! ผลลัพธ์คือได้โครงนาฬิกาที่โค้งรับกับจอ 2.9 นิ้วพอดีเป๊ะ เบาหวิว และแข็งแรงพอจะปกป้องจอ E-ink ได้ จากนั้นก็บุหนังเทียมด้านในเพื่อไม่ให้บาดข้อมือ ถือเป็นการจบปัญหางานโครงสร้างไปแบบเท่ๆ สไตล์บ้านๆ ครับ
Step 6: ในที่สุดก็ใช้งานได้จริง! (A Watch That Actually Works)
และแล้วเวอร์ชัน "ไม้บรรทัดดัดโค้ง" ก็กลายเป็นเวอร์ชันที่ใส่ใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริงครับ! มันทนฝนปรอยๆ ได้ (ถึงจะไม่กันน้ำ 100%) และแบตเตอรี่อยู่ได้นานถึง 6 วัน ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง เพราะจอ E-ink แทบไม่กินไฟเลย
สิ่งที่เวิร์กแล้วตอนนี้:
- หน้าจอ 2.9 นิ้ว อ่านง่าย สบายตาสุดๆ
- โครงไม้บรรทัดเบาหวิวและแข็งแรงมาก
- ระบบวัดความเคลื่อนไหว (IMU) และอินเทอร์เฟซทำงานได้เสถียร
สิ่งที่รอการพัฒนาต่อ (What Still Needs Work):
- ต้องเพิ่มถ่านแบ็กอัปให้โมดูล RTC เวลานาฬิกาจะได้ไม่เดินเพี้ยน
- ปรับปรุงโหมด Sleep ให้เซฟแบตได้โหดกว่านี้
- รอเขียนโค้ดเปิดใช้งาน Bluetooth และไมโครโฟนบนบอร์ด
- อยากทำบอร์ดแบบ Rigid Flex PCB แบบจริงๆ จังๆ เพื่อความเนี๊ยบ
- และ... จะเอาระบบ GPS กับ Heart Rate กลับมาแน่นอน ถ้าจัดสรรพื้นที่ลงตัวแล้ว!
*คำเตือน: เนื้อหานี้เป็นการสรุปและเรียบเรียงประสบการณ์การทำโปรเจกต์จากบทความต้นฉบับภาษาอังกฤษ ข้อมูลและกระบวนการบางส่วนอาจถูกปรับให้เข้าใจง่ายและอ่านสนุกขึ้น การดัดแปลงอุปกรณ์หรือแผงวงจรด้วยตัวเองมีความเสี่ยง โปรดศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเชิงลึกและโค้ดต้นฉบับได้ที่
เว็บไซต์ต้นฉบับภาษาอังกฤษ